กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
15
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
12
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 BOL@#$%^&*(
4
อันดับที่ 3 minjo
3
อันดับที่ 4 mankittisak
3
อันดับที่ 5 zola
2
การศึกษาต่อต่างประเทศ
Australia
Canada
China
Czechoslovakia
Denmark
England
Finland
France
Germany
Hong Kong
India
Indonesia
Ireland
Israel
Italy
Japan
Korea
Morocco
Netherlands
New Zealand
Norway
Russia
Saudi Arabia
Scotland
Singapore
South Africa
Sweden
Switzerland
Taiwan
Thailand
Turkey
USA

Australia > ใบเบิกทางสู่พลเมืองออสเตรเลียน - 03 / 07 / 2551

การขอ PR หรือ Perminant Resident Visa
“ใบเบิกทางสู่พลเมืองออสเตรเลียน”

ออสเตรเลียไม่ได้เป็นเพียงแค่ประเทศที่ชาวไทยรวมถึงชาวต่างชาติได้เข้าไปท่องเที่ยว หรือศึกษาต่อเท่านั้น แต่ยังเป็นประเทศที่อนุญาติให้ชาวต่างชาติเข้าไปอยู่อาศัยเป็นการถาวร ในฐานะ “ผู้พำนักถาวร (Permanent Residents)” ด้วยการถือวีซ่าประเภท “Permanent Residency Visa (PR Visa)” ซึ่งผู้มีวีซ่าประเภทนี้สามารถสมัครเป็นพลเมืองของออสเตรเลียได้อีกด้วย  ขอบคุณที่มาจาก www.educatepark.com และ www.natui.com.au

For Applying Australia Visa Contact:

แผนกวีซ่า สถานฑูตออสเตรเลีย
37 ถนนสาทร(ใต้) กรุงเทพฯ 10120 ติดต่อสอบถามได้ที่ 02 344 6400 เวลา 14.30 - 16.30 น.
จันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ)

เช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.vfs-au.net/thai/Index.shtml
http://www.thailand.embassy.gov.au/
http://www.immi.gov.au

เงื่อนไขของ PR Visa

ชาวต่างชาติที่ถือ PR Visa ได้รับสิทธิในการเป็น “ผู้พำนักถาวรในออสเตรเลีย” แต่ยังไม่ถือว่าเป็นพลเมืองของออสเตรเลีย วีซ่าชนิดนี้จะมีอายุ 5 ปีในการออกให้ครั้งแรก ระหว่างที่วีซ่ายังไม่หมดอายุ ผู้ถือวีซ่านี้สามารถเดินทางเข้า ออกหรืออาศัยอยู่ในออสเตรเลียได้อย่างอิสระ เมื่อวีซ่าหมดอายุลง ผู้ถือวีซ่านี้ก็ยังสามารถอาศัยอยู่ในออสเตรเลียได้ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด หากไม่ได้ทำผิดกฏระเบียบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย

แต่หากผู้ถือวีซ่านี้ต้องาการเดินทางเข้า ออกออสเตรเลีย ในฐานะผู้พำนักถาวรในออสเตรเลียต่อไป จะต้องยื่นคำร้องขอมีวีซ่า “Resident Return Visa (RRV)” อย่างไรก็ตาม หากพบว่า ผู้ถือ PR Visa ได้ออกไปพำนักอยู่นอกประเทศออสเตรเลียเป็นระยะเวลานานเกินไปในระหว่างที่ถือวีซ่านี้อยู่ก็อาจถูกเพิกถอนสิทธิการถือวีซ่านี้ได้เช่นกัน แต่ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสามารถยื่นคำร้องต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย เพื่อขอสิทธิการถือวีซ่านี้คืนมา

ประโยชน์ในการถือ PR Visa

  1. มีสิทธิสมัครเป็นพลเมืองของออสเตรเลีย โดยผู้ถือ PR Visa ต้องอยู่ในออสเตรเลียไม่ต่ำกว่า 2 ปี จาก 5 ปีแรก ที่ได้วีซ่านี้ในฐานะผู้พำนักถาวรในออสเตรเลีย และจะต้องอยู่ในออสเตรเลียไม่ต่ำกว่า 12 เดือนก่อนยื่นเรื่องขอเป็นพลเมืองของออสเตรเลีย
  2. สิทธิในการอาศัยทำงาน ศึกษาอยู่ในออสเตรเลีย โดยปราศจากข้อจำกัดทางกฏหมายของออสเตรเลียที่มีต่อชาวต่างชาติ
  3. ได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนในประเทศตามที่กฏหมายออสเตรเลียมีให้กับพลเมืองของตน ยกเว้นค่าเล่าเรียนบางโครงการ ที่กำหนดไว้ให้ชาวออสเตรเลียนโดยเฉพาะ
  4. มีสิทธิประกอบอาชีพในหลาย ๆ ได้ระหว่างอยู่ในออสเตรเลียได้
  5. ลูกที่เกิดในออสเตรเลีย จะได้รับสัญชาติออสเตรเลียโดยกำเนิด
  6. แม้ผู้พำนักถาวรไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในระดับประเทศของออสเตรเลีย แต่ในบางรัฐในออสเตรเลียให้สิทธิแก่ผู้พำนักถาวร ซึ่งมาจากประเทศในเครือจักรภพ สามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในระดับรัฐได้

ให้ PR Visa อย่างไร?

ทางรัฐบาลออสเตรเลียได้กำหนดหลักเกณฑ์ 2 อย่าง ในการให้สิทธิการถือ PR Visa แก่ชาวต่างชาติ ได้แก่

  1. Migration Program เป็นหลักเกณฑ์ที่พิจารณาการให้ PR Visa แก่ชาวต่างชาติที่มีทักษะความชำนาญสูงในสาขาอาชีพต่าง ๆ เช่น อาชีพแพทย์ พยาบาล รวามถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งทางออสเตรเลียกำลังขาดแคลนผู้ที่มีความรู้ความสามารถในระดับสูงทางอาชีพเหล่านี้อยู่ โดยในช่วงปี ค.ศ.2004-2005 ออสเตรเลียได้ให้ PR Visa แต่ชาวต่างชาติตามหลักเกณฑ์นี้ ประมาณ 120,000 คน
  2. Humanitarian Program เป็นหลักเกณฑ์ที่พิจารณาการให้ PR Visa แก่ชาวต่างชาติ โดยยึดหลักมนุษยธรรม ส่วนใหญ่เป็นการพิจารณาให้วีซ่านี้แก่ผู้อพยพเข้าออสเตรเลีย โดยในปี ค.ศ. 2004-2005 ออสเตรเลียให้ PR Visa ผ่านทางหลักเกณฑ์นี้ราว 13,000 คน

โดยทั่วไปแล้ว ชาวต่างชาติที่ต้องการได้ PR Visa ของออสเตรเลีย มักยื่นคำร้องเพื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของ Migration Program ในฐานะผู้ที่มีความเชียวชาญในสาขาอาชีพต่าง ๆ ในส่วนของประเทศไทยก็เช่นกัน มีแพทย์และพยาบาลเป็นจำนวนไม่น้อย ที่ได้ PR Visa เข้าไปทำงานอยู่ในออสเตรเลีย ในฐานะผู้พำนักถาวร

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะได้รับ PR Visa ตามหลักเกณฑ์ของ Migration Program จำเป็นจะต้องมีวีซ่าอีกชนิดหนึ่งคือ “Skilled Independence Visa” ซึ่งทางรัฐบาลออสเตรเลียให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการไปทำงานอยู่ในออสเตรเลีย โดยผู้นั้นจะต้องมีความรู้ความชำนาญในอาชีพของตนอยู่ในระดับสูง เข้าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

Skilled Independence Visa

วีซ่าชนิดนี้เป็นเสมือนใบเบิกทางในการขอ PR Visa และสมัครเป็นพลเมืองชาวออสเตรเลียนในลำดับถัดไป โดยสามารถดำเนินการขอวีซ่านี้ในประเทศไทย ผ่านทางสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ถ.สาทรใต้ หรือดำเนินการระหว่างเรียนอยู่ในออสเตรเลียก็ได้

โดยปกติแล้ว ผู้ที่อยู่ระหว่างเรียนต่อในออสเตรเลีย มักยื่นเรื่องขอ Skilled Independence Visa โดยจะต้องมีผลคะแนนในการทดสอบ Skilled Independence ซึ่งกฏหมายใหม่ของออสเตรเลีย ได้กำหนดให้นักเรียนต่างชาติในออสเตรเลียที่ต้องการยื่นขอวีซ่านี้ ต้องมีคะแนนของ Skilled Independence ไม่ต่ำกว่า 120 คะแนน ส่วนผลทดสอบของผู้จบการศึกษาแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 115 คะแนน ขั้นตอนของการทดสอบดังกล่าวนี้อาจใช้เวลา 3-4 เดือน สำหรับสายอาชีพเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศหรืออาจมากกว่านั้นในสายอาชีพอื่น ๆ

หลักฐานในการยื่นขอ Skilled Independence Visa
หลักฐานสำคัญที่ต้องแนบไปกับใบสมัครขอ Skilled Independence Visa มีดังนี้

  1. พาสปอร์ต
  2. วุฒิการศึกษาตามสายอาชีพ
  3. สูติบัตร
  4. ทะเบียนบ้าน
  5. รูปถ่าย 4 รูป
  6. ใบแสดงผลการศึกษา
  7. ทะเบียนสมรส (กรณีสมรสแล้ว)
  8. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลที่ประเทศออสเตรเลียให้การรับรอง
  9. ใบเสร็จค่าธรรมเนียมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกิจการทางวัฒธรรมของออสเตรเลีย (DIMA)
  10. ใบผลคะแนนในการทดสอบ Skilled Independence Visa

แบบทดสอบสัญชาติของประเทศออสเตรเลียไม่ได้มาตรฐานตอบถูก 95% ยังตกได้ ผู้ทดสอบภาษาอังกฤษไม่เก่งยิ่งแย่!!!

อดีตนักการทูต Richard Woolcoott เผยแบบทดสอบสัญชาติของประเทศออสเตรเลียไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากแบบทดสอบนั้นทำให้ผู้ที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีนั้นเสียเปรียบและถึงแม้ว่าจะทำได้คะแนน 19 จาก 20 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านแบบทดสอบนี้
 นอกจากนี้คำถามในหลายๆข้อในแบบทดสอบนั้นไม่ได้มีความสำคัญและจำเป็นที่ผู้ที่ทำแบบทดสอบนั้นจะต้องรู้   Richard เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบแบบทดสอบดังกล่าวที่จัดตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นาย Kelvin Rudd หลังจากที่รัฐบาลชุดที่แล้วนั้นได้นำแบบทดสอบเจ้าปัญหาดังกล่าวมาใช้เมื่อแปดเดือนที่แล้ว
 Richard กล่าวให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ ABC ว่าแบบทดสอบดังกล่าวนั้นใช้ภาษาอังกฤษที่มีความยากเกินกว่าผู้ที่ไม่ได้มากจากการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกจะทำแบบทดสอบ โดยเฉพาะกับผู้ลี้ภัยจากประเทศที่ประสบปัญหาสภาวะทางการเมืองไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมาแบกรับภาระจากแบบทดสอบดังกล่าวอีก
 คณะกรรมาธิการดังกล่าวได้เข้าปรึกษากับชุมชนต่างๆความเห็นของแบบทดสอบนี้ทั่วออสเตรเลียก่อนที่จะสรุปเรื่องแล้วนำเสนอต่อรัฐบาล นอกจากนี้ผู้ที่ทำแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติพอที่จะกลายมาเป็นประชาชนสัญชาติออสเตรเลียนั้นมีโอกาสที่จะได้คะแนนกว่า 95% ก็ยังมีโอกาสตกแบบทดสอบได้
 จากจำนวนคำถามทั้งหมด 20 ข้อนั้นจะถูกเลือกสุ่มโดยคอมพิวเตอร์ และจำนวน 3 ข้อนั้นผู้ทำแบบทดสอบจะต้องตอบถูกทั้งหมดหากตอบผิดเพียง 1 ข้อก็ไม่สามารถผ่านแบบทดสอบได้ ถึงแม้ว่าจะตอบคำถามข้ออื่นๆได้มากถึง 95% ก็ตาม และด้วยเหตูผลนี้แบบทดสอบสัญชาติของประเทศออสเตรเลียจึงมีข้อเสียอยู่
 ส่วนคำถามในแบบทดสอบนั้นส่วนมากจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ทำแบบทดสอบนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทราบไม่ว่าจะเป็นชื่อของผู้เล่นกีฬาคริกเก็ตชื่อดังหรือผู้เล่นกีฬ่าสนุกเกอร์ที่เป็นยอดนิยมของประเทศออสเตรเลีย และที่สำคัญที่สุดนั้นสำแบบทดสอบนั้นอยู่ที่สิ่งที่สำคัญสำหรับทุกคนที่จะต้องทราบในการกลายมาเป็นประชากรของประเทศออสเตรเลียไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเป็นประชาธิปไตยหรือการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนของความหลากหลายของประเทศออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม Richardd กล่าวว่าในขณะนี้นั้นยังเร็วเกินไปที่จะที่จะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆแต่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นนั้นลักษณะของแบบทดสอบน่าจะไปในทิศทางตามที่ตนได้กล่าวมา

กลับไปด้านบน


        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2019 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม