กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
14
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
11
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 minjo
3
อันดับที่ 3 mankittisak
3
อันดับที่ 4 BOL@#$%^&*(
2
อันดับที่ 5 ano608
1
รู้ทัน Admission

O-Net,A-Net,ตะลุยข้อสอบเอเน็ต,ตะลุยข้อสอบโอเน็ต

การสอบ O-Net | วิชาที่สอบของ O-Net (ม.6) | การสอบ A-Net | วิชาที่สอบของ A-Net
คำแนะนำในการเลือกคณะ | องค์ประกอบและค่าร้อยละของกลุ่มสาขาวิชา | กลยุทธ์พิชิตแอดมิชชั่น

เฉลยข้อสอบเอเน็ต,เฉลยข้อสอบโอเน็ต,เฉลยข้อสอบ,ตะลุยข้อสอบแอดมิชชั่น

สิรพร เนียมสนิท
คะแนนสูงสุดอันดับ 1 นิเทศฯ จุฬาฯ
เผยเคล็ดลับพิชิตแอดมิชชั่น

น.ส.สิรพร เนียมสนิท (น้องส้ม) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ นักศึกษาที่คะแนนสอบแอดมิชชั่นอันดับ 1 ของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี 2551 มาเล่าประสบการณ์ของการสอบ O-Net, A-Net ตลอดจนเทคนิคการพิชิตแอดมิชชั่นรวมถึงแนวข้อสอบ และวิธีการเตรียมตัวในการสอบแอดมิชชั่นที่กำลังจะมาถึงให้น้อง ๆ มัธยมปลายจากโรงเรียนทั่วสารทิศฟังอย่างน่าสนใจ และขณะเดียวกันก็ตอบข้อซักถามของน้อง ๆ ที่อย่างไม่กลัวเหนื่อย ข้อมูลที่น้องส้มพูดถึงในวันนั้นดูมีประโยชน์อย่างมากสำหรับน้อง ๆ ที่กำลังอยากได้ข้อแนะนำดี ๆ เราจึงเก็บประเด็นสำคัญ ๆ เพื่อเป็นแนวทางให้การสอบแอดมิชชั่นครั้งนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ก่อนอื่นเรามารู้จัก “ส้ม” ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน... นางสาวสิรพร เนียมสนิท อายุ 19 ปี เธอเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นอันดับ 1 จากการสอบแอดมิชชั่นของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2551 และเลือกคณะนิเทศศาสตร์เป็นอันดับแรกเสียด้วย ที่เลือกคณะนี้เธอบอกว่าเพราะความชอบล้วน ๆ สนใจงานด้านสื่อสารมวลชนเพราะเป็นงานมีเสน่ห์และท้าทาย ส้มจบชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขาศึกษาศาสตร์ และปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของรั้วจามจุรีอย่างเต็มภาคภูมิ เพราะอะไรเธอถึงทำได้ วันนี้ส้มจะบอกเคล็ดลับและเทคนิคพิชิตแอดมิชชั่นให้ฟัง

เทคนิคการเตรียมตัวสอบ Admission

สำหรับการเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก่อนอื่นเลยต้องรู้จักตัวเองก่อนค่ะ ต้องรู้ว่าเราชอบอะไร เราอยากเรียนอะไร เราอยากทำงานอะไร หลังจากนั้นก็มาดูว่าคณะที่เราจะสอบเข้าใช้วิชาอะไรในการสอบบ้าง แล้วก็ค่อยอ่านหนังสือตามนั้น การที่เรามีเป้าหมายที่แน่นอนจะทำให้สามารถช่วยตัดวิชาที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้ในการสอบออกไปได้บางวิชา ทำให้ภาระในการอ่านหนังสือของเราลดลง เราก็จะมีเวลาสำหรับเตรียมตัวในวิชาที่ต้องใช้มากขึ้นค่ะ ส้มเองอยากเรียนคณะนิเทศศาสตร์ตั้งแต่แรกแล้ว ถึงจะต้องอ่านครบทุกวิชาเพราะใช้ O-Net 5 วิชาในการคิดคะแนน แต่ก็จะสามารถตัดเนื้อหาที่เป็นเชิงลึกในส่วนของ A-Net ไปได้

การเตรียมตัวสอบจะเน้นการอ่านหนังสือทำความเข้าใจ คือช่วงต้นเทอมของ ม.6 จะใช้วิธีอ่านผ่านๆ เก็บเนื้อหาคร่าวๆว่าจะต้องอ่านอะไรบ้าง แล้วก็จะใช้เวลาช่วงนี้ในการไปทดลองสนามสอบ คือส้มได้ไปสอบ Smart-I, โควตาภาคอีสานของ ม.ขอนแก่น และภาษาอังกฤษเพื่อยื่นเข้าเรียนภาคอินเตอร์ของจุฬาฯ ส้มคิดว่าการไปลองสนามสอบทำให้เราได้ซึมซับบรรยากาศของการสอบแข่งขัน ความกดดัน ความตื่นเต้น พอจะไปสอบ Admission ก็จะทำให้เราสามารถรับมือกับบรรยากาศแบบนี้ได้

ช่วง 2 เดือนก่อนสอบ ก็จะอ่านเน้นรายละเอียดของแต่ละวิชาและทำข้อสอบ ซึ่งก็ต้องแบ่งเวลาและเนื้อหาที่ต้องอ่านให้ดี อย่างของส้มเองในช่วง 2 เดือนสุดท้ายกันไว้สำหรับ 3 วิชาคือวิทยาศาสตร์ สังคม และคณิตศาสตร์ ส่วนภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่รู้สึกว่าเรียนในห้องเรียนมาได้เนื้อหาค่อนข้างครบถ้วน พออ่านจบครบทุกวิชาแล้ว ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนสอบก็จะตะลุยทำข้อสอบย้อนหลัง และการอ่านหนังสือในช่วงนี้ก็จะไปอ่านกับเพื่อนอีก 2 คน มีการติวให้กันบ้าง ทำให้เราเข้าใจเนื้อหามากขึ้นค่ะ

แต่การอ่านหนังสือของส้มจะไม่ได้อ่านแบบเคร่งเครียด ส้มจะอ่านหนังสือในช่วงกลางวัน เพราะเป็นช่วงที่ส้มมีสมาธิมากที่สุด และจะไปอ่านหนังสือที่หอสมุดกลางของม.ขอนแก่นเพราะบรรยากาศเงียบเหมาะกับการอ่านหนังสือ พอหมดช่วงกลางวันแล้ว พอตอนเย็นกลับบ้านส้มก็จะพักผ่อน ดูทีวี เล่นอินเตอร์เน็ต เป็นการผ่อนคลาย

ความคาดหวังในการเลือกอันดับ

ส้มอยากเรียนคณะนิเทศศาสตร์มาตั้งแต่ประถมแล้ว ส้มก็ตั้งเป้าหมายไว้ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนคณะอันดับ 2, 3 และ 4 ก็จะเป็นรัฐศาสตร์ IR, นิติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เลือกไปคือคณะที่คุณพ่อและคุณแม่อยากให้เรียนค่ะ

การเลือกคณะส้มคุยกับที่บ้านตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากเรียนนิเทศศาสตร์ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรอาจจะมีช่วงแรกที่คุณแม่อยากให้เรียนคณะทันตแพทย์ศาสตร์ จึงให้ส้มเรียนมาทางสายวิทย์-คณิต แต่ส้มไม่ชอบ จึงขอคุณแม่ย้ายมาเรียนสายศิลป์ตอน ม.5 แทน ซึ่งช่วงที่ย้ายมาเรียนสายศิลป์คุณพ่อคุณแม่ก็มีการเสนอคณะอื่นมาบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วส้มก็ยืนยันที่จะเลือกนิเทศศาสตร์ ซึ่งท่านก็บอกว่าเป็นความสุขของลูกจึงไม่ได้ว่าอะไร

ข้อสอบ O-Net เป็นยังไงบ้าง

ข้อสอบ O-Net เนื้อหาจะออกกว้างๆ เป็นเนื้อหาพื้นฐานไม่เน้นวิเคราะห์มากนัก ความยากง่ายก็ถือว่ายากแต่ไม่ยากมาก ถ้าอ่านมาดี จำได้ครบถ้วน รอบคอบและมีสติในการสอบ ส้มเชื่อว่าทำได้แน่นอน การทำข้อสอบควรแบ่งเวลาดีๆ ถ้าข้อไหนทำไม่ได้ก็ไม่ควรเสียเวลาคิดนาน ควรข้ามไปทำข้ออื่นก่อน ถ้ามีเวลาเหลือจึงย้อนกลับมาทำข้อที่ข้ามไป

แล้วข้อสอบ A-Net ล่ะ

ข้อสอบ A-Net สำหรับส้มคิดว่าเป็นข้อสอบที่ยากมาก อาจจะเป็นเพราะส้มไม่ได้อ่านเนื้อหาในส่วนของ A-Net มา ข้อสอบ A-Net จะเน้นการวิเคราะห์และการประยุกต์มากกว่า O-Net และจะออกข้อสอบที่เป็นรายละเอียดเชิงลึกมากกว่าด้วย การออกข้อสอบจะมีการหลอกที่แนบเนียนมาก บางครั้งมีการลอกที่โจทย์หรือหลอกที่ตัวเลือกเพียงแค่คำ ๆ เดียว หรือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ การทำข้อสอบจึงต้องรอบคอบให้มาก ๆ เพราะส้มก็เคยโดนโจทย์หลอกมาแล้ว

เทคนิคการทำข้อสอบย้อนหลัง

การทำข้อสอบย้อนหลังจะช่วยให้เราสามารถตีกรอบเนื้อหาที่ข้อสอบมักจะออกบ่อยๆได้ และก็จะช่วยทำให้เรารู้ว่าเรายังอ่อนตรงไหน ก็จะสามารถแก้ไขได้ อย่างของส้มการทำข้อสอบย้อนหลัง จะไล่ทำทีละปีทุกวิชา แล้วรวมคะแนน ประเมินตัวเองว่าคะแนนเป็นอย่างไรบ้าง วิชาไหนคะแนนดีแล้ว วิชาไหนคะแนนต่ำก็จะได้พยายามฝึกฝนให้มากขึ้น

เทคนิคนี้คือการเสริมจุดแข็ง ปิดจุดอ่อนอย่างของส้มเองพอทำข้อสอบเก่าแล้วรู้ตัวเองว่ายังอ่อนวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยาและเคมี ก็จะทุ่มเทให้มากขึ้น ก็จะมีการอ่านซ้ำ ทำโน้ตย่อ และทำข้อสอบในส่วนนี้ให้มากขึ้น

เรียนพิเศษบ้างหรือเปล่า

ส้มเรียนพิเศษหลายที่ หลายวิชา การเรียนพิเศษเป็นการเรียนเพื่อเพิ่มความมั่นใจ และเค้ามักจะมีมุขในการจำให้เราด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ควรทิ้งการเรียนในโรงเรียน และการอ่านหนังสือเอง เพราะถึงแม้จะเรียนมาเยอะแค่ไหน แต่ถ้าไม่อ่านทบทวนซ้ำ เนื้อหาที่เรียนมาก็จะสูญเปล่า

วิเคราะห์สาเหตุที่นักเรียนพลาด Admission

ส้มคิดว่าอาจจะเกิดจากอาการลนเวลาทำข้อสอบจริง บางคนตื่นเต้นจนเสียสมาธิ พอทำข้อสอบจริงจึงลืมเนื้อหาที่อ่านมาและทำข้อสอบไม่ได้อย่างน่าเสียดาย อีกสาเหตุอาจจะเกิดจากการเลือกคณะและมหาวิทยาลัย บางคนประเมินตัวเองต่ำเกินไปจนไม่กล้าเลือกคณะที่หวังไว้ บางคนประเมินตัวเองสูงเกินไปจนทำให้พลาด ตรงนี้ต้องวิเคราะห์การเลือกคณะดีๆ และควรเลือกคณะอันดับ 4 ให้เป็นคณะที่มีโอกาสติดเข้าไปเรียนให้ชัวร์มากที่สุด

ข้อแนะนำสำหรับคนที่พลาด

สำหรับคนที่พลาดหวังจากการสอบ Admission ส้มอยากบอกว่าเสียใจได้แต่อย่าสิ้นหวัง เพราะยังมีมหาวิทยาลัยเปิดและมหาวิทยาลัยของเอกชนอีกหลายแห่งที่เปิดรองรับในส่วนนี้อยู่ ส้มเชื่อว่าทุกสถาบันสามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้เช่นเดียวกัน

การเตรียมตัวสำหรับการสอบระบบใหม่ในปีหน้า

สำหรับน้องๆ ม.5 ที่จะต้องพบกับการสอบระบบใหม่ การเตรียมตัวคร่าวๆคงไม่แตกต่างกันมาก คือควรจะมีเป้าหมายเรื่องคณะที่อยากศึกษาต่อให้แน่นอน เพื่อเวลาเลือกสอบจะได้ลดภาระในการอ่านหนังสือลงไปได้ ควรศึกษาเรื่องระบบการสอบให้ดีเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดต่างๆ

คำแนะนำสำหรับน้องๆ

อยากให้น้องๆ ค้นหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเองให้เจอ เพื่อที่จะได้เข้าไปเรียนอย่างมีความสุข ได้ทำงานที่ตัวเองรัก และอยากให้ยึดหลักที่ว่า ขอเพียงคุณเชื่อมั่นว่าคุณทำได้ คุณก็จะทำได้ หลักการนี้ส้มอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งและยึดมั่นมาตลอด นอกจากนี้การเตรียมตัวสอบอยากให้น้องๆเตรียมตัวกันอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่อยากให้เครียดกันมากเพราะอาจจะทำให้พลาดได้ง่าย ก็เป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนค่ะ ได้ฟังเคล็ดลับดี ๆ จากคนเก่งไปแล้ว และทราบแนวการสอบแอดมิชชั่นเป็นยังไง น้อง ๆ ก็ตั้งใจอ่านหนังสือตั้งแต่วันนี้นะคะจะได้เข้าไปเรียนในคณะที่อยากเรียนเหมือนพี่ส้มนะคะ ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจมีบัณฑิตเกียรตินิยมเกิดขึ้นอีกคนหนึ่งและหนึ่งในนั้นอาจเป็นพี่ส้มคนเก่งของเราก็เป็นได้ค่ะ

 

โดย ณัฏฐศิธกาญจน์ นิลอร่าม


        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2017 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม