กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
15
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
12
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 BOL@#$%^&*(
4
อันดับที่ 3 minjo
3
อันดับที่ 4 mankittisak
3
อันดับที่ 5 zola
2

ธีราพร
Key Account manager เป็นตำแหน่งเกี่ยวกับอะไรคะ
Key Account manager เป็นตำแหน่งเกี่ยวกับอะไรคะ
 

Admin
“อาชีพ Key Account เริ่มขึ้นอย่างจริงจังหลังการเข้ามาของแม็คโคร เมื่อปี 2532 ก่อนหน้านั้นแม้จะมีร้านค้าแบบซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ก็ยังไม่ถือว่าพวกนี้เป็น Key Account รูปแบบของเซลส์ฟอร์ซตอนนั้นยังเป็นแบบกึ่ง ๆ ระหว่างร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมกับแบบสมัยใหม่ แต่พอแม็คโคร โลตัส บิ๊กซี เซฟวัน(ตอนหลังมารวมกับบิ๊กซี) เข้ามา พร้อมกับการขยายสาขาอย่างรวดเร็วของเซเว่น-อีเลฟเว่น ตามมาด้วย ท็อปส์ คาร์ฟูร์ ค้าปลีกของเมืองไทยก็กลายเป็นยุค Key Account เต็มรูปแบบ” อดีต Key Account Manager ในยุคเริ่มต้นของยูนิลีเวอร์ ซึ่งถือเป็นซัพพลายเออร์รายแรก ๆ ที่มีการปรับตัวเพื่อรับกับการเข้ามาของโมเดิร์นเทรด ย้อนอดีตให้ฟัง



คงต้องทำความเข้าใจกับคำว่า Key Account ก่อนว่าหมายถึงอะไร



สำหรับซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตสินค้าแล้ว Key Account หมายถึงลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งหลักแล้วก็จะเป็นร้านค้าแบบโมเดิร์นเทรดที่มีหลายสาขาและมีการสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทไปขายจำนวนมาก ๆ เช่น เซเว่น-อีเลฟเว่น แม็คโคร เทสโก้-โลตัส คาร์ฟูร์ บิ๊กซี ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้กระทั่งซูเปอร์มาร์เก็ตในปั๊มน้ำมันซึ่งมีสาขาจำนวนมาก อย่างเช่น ร้านจิฟฟี่ของปั๊มเจ็ท เป็นต้น แต่สำหรับ Key Account ในที่นี้จะหมายถึงพนักงานขายของบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่ดูแลรับผิดชอบลูกค้ารายใหญ่หรือร้านค้าแบบโมเดิร์นเทรด เป็นสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่ Key Account แต่ละคนก็จะรับผิดชอบโมเดิร์นเทรดแต่ละเชนไปเลย โดยต้องขายสินค้าทุกตัวของบริษัทให้กับโมเดิร์นเทรดรายนั้น



“แม้จะเป็นเซลส์ แต่หน้าที่ของKey Accountไม่ใช่แค่การเข้าไปเทคออเดอร์จากร้านค้าเท่านั้น พวกเขาจึงต้องมีความรอบรู้หลาย ๆ ด้าน เพื่อเสนอขายสินค้าของบริษัทให้แก่บายเออร์หรือพนักงานจัดซื้อของโมเดิร์นเทรด ซึ่งดูเหมือนจะถูกตั้งโปรแกรมให้คิดถึงแต่เรื่องยอดขายและกำไร โดยแต่ละที่ก็จะมีวิธีการหารายได้ที่แตกต่างกันไป เช่น เซเว่น-อีเลฟเว่นต้องมีเอ็นทรานซ์ฟี บางแห่งต้องมีการจ่ายค่าหัวชั้น หรือบังคับให้ลงเมล์” อดีตKey Account Manager คนเดิมกล่าว



ด้วยเหตุนี้ อยากเป็นKey Accountที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาจะต้องมีข้อมูลหลาย ๆ ด้าน แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทตัว ข้อมูลของลูกค้าหรือร้าน และข้อมูลของคู่แข่ง นอกเหนือจากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับร้านค้า



โดยในส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนั้น จะต้องรู้ตั้งแต่ระดับตัวสินค้า แบรนด์ แคทิกอรี่ รวมไปถึงนโยบายของบริษัทว่ามีแผนงานระยะยาวระยะสั้นในเรื่องการทำตลาดสินค้าอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการออกหนังโฆษณา การลอนช์สินค้าใหม่ การทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อที่จะนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ให้บายเออร์ที่ดูแลสินค้าแต่ละชนิดทราบ เพื่อที่เขาจะได้เตรียมสั่งของเข้าร้านได้เหมาะสมกับแผนการทำตลาดที่จะเกิดขึ้น เพราะถ้าของขาดก็จะทำให้ร้านค้าและบริษัทสูญเสียโอกาสในการขาย ขณะที่ถ้าสินค้าเหลือในสต็อกมากก็จะเป็นต้นทุนที่เสียเปล่า



นอกจากรู้เรื่องของตัวเองดีแล้ว Key Accountยังต้องรู้จักโมเดิร์นเทรดที่ตัวเองรับผิดชอบในแง่มุมต่าง ๆ ด้วย เริ่มจากใครเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เพราะเป็นไปไม่ได้ที่แต่ละร้านจะจับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่เกรดเอจนถึงเกรดอี แต่ละที่จึงจับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป เช่น เทสโก้ โลตัส กับบิ๊กซี แม้จะจับกลุ่มบี-ซี เหมือนกัน แต่โลตัสเน้นกลุ่มบีมากกว่า ขณะที่บิ๊กซีเน้นกลุ่มซี ส่วนท็อปส์เน้นที่กลุ่มเอ-บี ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันก็จะเกี่ยวข้องไปถึงไซด์แพ็ค หรือชนิดของสินค้าที่จะนำเข้าไปวางขายในแต่ละที่ รวมถึงการทำโปรโมชั่น ซึ่งจะต้องมีคาแรคเตอร์ตรงกับโพซิชั่นนิ่งของแต่ละห้างด้วย



“เช่นของที่ขายในเซเว่น-อีเลฟเว่น ส่วนใหญ่จะเป็นไซด์เล็ก เพราะเป็นการซื้อแก้ขัด ของที่ขายในแม็คโครต้องเป็นแพ็ก เพราะพวกร้านค้าปลีกจะมาซื้อไปขายต่ออีกที ขณะที่พวกเทสโก้-โลตัส คาร์ฟูร์ หร์อท็อปส์จะขายแต่ไซด์ใหญ่ ๆ และไซด์รองลงมา เพราะลูกค้าจะมาซื้อของสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าจะทำของแถมในเทสโก้-โลตัส คุณจะเอาของแถมติดไปกับสินค้าไม่ได้ เขาไม่มีพื้นที่พอ เพราะทำให้เขาไม่สามารถวางของบนชั้นได้ตามที่กำหนดไว้ เช่นแชมพูเคยวางได้ 100 ขวด ก็จะวางไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณต้องหาคนไปแลกสินค้าเอง หรือถ้าเป็นคาร์ฟูร์ก็จะคิดค่าเรียงสินค้าบนชั้นเลย” แหล่งข่าวยกตัวอย่างที่แตกต่างกันของแต่ละห้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของKey Accountที่จะต้องทำงานแบบ “Tailor Made” กับโมเดิร์นเทรดแต่ละที่



นอกจากนี้Key Accountยังต้องมีความรู้ด้วยว่าโมเดิร์นเทรดที่ตัวเองรับผิดชอบมีการแบ่งเซ็กเมนต์สินค้าอย่างไร มีการกระจายสินค้าอย่างไร มีการทำโฆษณาหรือจัดรายการพิเศษช่วงไหน ธีมการทำโปรโมชั่นเป็นอย่างไร เช่น เรดฮ็อท ของท็อปส์ ว้าว ของเทสโก้-โลตัส ช็อก ของเดอะมอลล์ รวมทั้งแนวโน้มการเติบโตของโมเดิร์นเทรดรายนั้นเป็นอย่างไร และสินค้าประเภทไหนของบริษัทที่เติบโตได้ดี เพื่อจะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาใช้วางแผนในการทำบิสซิเนสโอเวอร์วิว ทั้งแบบรายปี รายไตรมาส และรายเดือนว่าจะทำอะไรร่วมกันบ้าง เพื่อทำให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุเป้าหมายที่วางไว้



“ที่สำคัญคือจะต้องมีการแชร์ข้อมูลการตลาดกันด้วยว่า ส่วนแบ่งการตลาดของเราเป็นเท่าไร และเรามีส่วนแบ่งในร้านค้าของเขาเท่าไร เขาต้องการมีอัตราการเติบโตในแต่ละแคทิกอรี่เท่าไร และบริษัทตั้งเป้าไว้เท่าไร เพื่อที่จะเอาตัวเลขมาแมชชิ่งกันว่าจะทำอย่างไร เพราะทั้งKey Accountและบายเออร์แต่ละรายก็ต้องมีการ commit ตัวเลขกับบริษัทด้วยว่าปีนี้ต้องทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่านั้นเท่านี้”



นอกจากนี้ข้อมูลการขายที่แชร์กันจะนำไปสู่การทำสเปซแมนเนจเมนท์ในร้านค้าด้วย ซึ่งโดยทั่วไปถ้าใครเป็นผู้นำตลาดในแคทิกอรี่ไหน ก็จะได้พื้นที่การขายมากกว่าเจ้าอื่น และอาจจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำสเปซแมนเนจเมนท์ แต่บางทีผู้นำในตลาดรวมก็อาจจะไม่ได้ร่วมทำสเปซแมนเนจเมนท์กับโมเดิร์นเทรดบางราย ถ้าสินค้าของตัวไม่ได้มีส่วนแบ่งมากที่สุดในโมเดิร์นเทรดรายนั้น



“อย่างเมื่อ 5-6 ปีก่อน น้ำยาปรับผ้านุ่มสบายหรือคอมฟอร์ทของลีเวอร์ฯ เป็นผู้นำในตลาด แต่ปรากฏว่ายอดขายในเทสโก้-โลตัส เราแพ้ พัฟ ของคอลเกต ทำให้เราไม่มีสิทธิ์ทำสเปซแมนเนจเมนท์ เพราะลีดเดอร์เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ทำ” แหล่งข่าวคนเดิมยกตัวอย่าง



อีกส่วนหนึ่งที่Key Accountจะต้องทราบก็คือข้อมูลของคู่แข่งรายสำคัญว่ามีกลยุทธ์อย่างไร เขาชนะหรือแพ้เราในพื้นที่ไหน และถ้ารู้ได้ว่าคู่แข่งจะเล่น”หนัก”ในช่วงใด ก็จะทำให้เราสามารถวางแผนการตลาดของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ



สุดท้ายKey Accountจะต้องรู้ว่าหลังจากทำตลาดไปแล้ว สินค้าแบรนด์ไหนยอดขายโตหรือตก หลังจากทำโปรโมชั่นแล้วยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไร และคุ้มหรือไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป เพราะที่สุดแล้วKey Accountก็หนีไม่พ้นที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องยอดขาย ส่วนแบ่งการตลาด และส่วนแบ่งในร้านค้า เพราะฉะนั้นถ้าใครสามารถหาช่องที่จะโตไปกับโมเดิร์นเทรดที่ดูแลอยู่แบบ win-win ได้ ก็จะแฮปปี้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย


ข้อมูลจาก www.marketeer.co.th
กรุณา Login ก่อนทำการให้หลอดไฟ
วันที่ตอบ 30/03/2555  10:44:54

Admin
เพิ่มเติมบทความให้ครับเกี่ยวกับ KEY ACCOUNT MANAGEMENT

Key Account Management-KAM

ในตอนที่แล้ว เราได้ว่าถึงความสำคัญของคนกลางหรือ ผู้บริหาร Key Account ว่าเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทเราและธุรกิจลูกค้าต้องสร้างสมดุลระหว่างกำไรเรา และสร้างกำไรให้ลูกค้า สร้างสมดุลระหว่างความเชี่ยวชาญเรากับขีดความสามารถลูกค้า เช่นถ้าเราติดต่อห้างฯ ห้างฯ จะมีความรู้เรื่องลูกค้าเดินห้างฯ ภาพลักษณ์ที่ต้องการ พื้นที่ขายดีกว่าเรา แต่เราจะรู้เรื่องแบรนด์ ฟังก์ชั่นสินค้าบริการและเทรดของผลิตภัณฑ์ดีกว่าห้างฯ ทั้งสองต้องนำมารวมกันต่อยอดกัน แต่ในกรณีคู่ค้าเราเป็น Traditional Trade เราติดต่อกับยี่ปั๊วเราจะรู้เรื่องการจัดการขาย การบริหารสินค้า การตั้งกองโชว์ การจัดการพื้นที่ขาย การตกแต่งหน้าร้าน แต่ยี่ปั๊วก็จะมีความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับซาปั๊วในพื้นที่กับลูกค้าประจำ และพร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อยกระดับตนเอง ตัวกลางนี้จะเป็นตัวประสานงานในองค์กรและนำพาฝ่ายต่างๆ ในองค์กรเข้าไปสร้าง ปฏิสัมพันธ์กับฝ่ายต่างๆ ของลูกค้า ดังนั้นเมื่อคิดจะเริ่มต้นสร้างธุรกิจจากพวกลูกค้าขาใหญ่กำไรโต เราจะต้อง คัดเลือกแยกแยะ 2 อย่างคือ
1. คัดเลือกลูกค้า โดยแยกแยะลูกค้าที่มีอยู่ในมือ ลูกค้าคุณมีกี่ประเภท เช่น ถ้าคุณผลิตแฟ้มและเครื่องเขียน คุณมีกลุ่มลูกค้า คือ หนึ่ง ลูกค้าผู้ใช้ทางธุรกิจ สองลูกค้าที่เป็นห้างฯ สามลูกค้าที่เป็น ยี่ปั๊ว สี่ลูกค้าที่เป็นตลาดต่างประเทศ คำถามต่อไปคือ ในแต่ละกลุ่ม ลูกค้ารายใหญ่กำไรโตมี กี่ราย ทำรายได้ให้คุณเท่าไร คุณต้องตั้งเกณฑ์คัดเลือก ตามที่กล่าวมาแล้วในครั้งก่อน
2. คัดเลือกคนที่จะมาดูแล บริหารลูกค้า และธุรกิจลูกค้า ที่เราเรียก Key Account Manager โดยดูพนักงานขาย ซุปเปอร์ไวเซอร์ หัวหน้าเขตขาย ผู้จัดการขายฝ่ายต่างประเทศ โดยเลือกจากขีดความสามารถ ในการวางแผน มนุษยสัมพันธ์ ทักษะการโค้ชงานสอนงาน เพราะต้องสามารถเป็นที่ปรึกษาลูกค้าได้ วางแผนร่วมกับลูกค้าได้
จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือเราต้องวิเคราะห์ความต้องการลูกค้าแต่ละรายว่า เขาต้องการอะไร โดยวิเคราะห์ ลูกค้าของลูกค้า คู่แข่งของลูกค้า คู่ค้าของลูกค้า องค์กรลูกค้ามีกี่ฝ่ายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จุดแข็งและจุดอ่อนลูกค้า โอกาสการเติบโตลูกค้าเป็นอย่างไร
ทำการคิดโปรแกรมจูงใจลูกค้าเพื่อให้เข้าร่วม ในที่นี้คือแผนการตลาดและการขาย 1 ปีล่วงหน้า อย่าลืมว่าเราไม่ได้ขายสินค้า หรือบริการ แต่เรากำลังขายความสำเร็จทางธุรกิจให้กับลูกค้าล่วงหน้า หาลูกค้าเข้าร่วมโปรแกรม หรือซื้อแผนการตลาดหรือแผนการขยายธุรกิจของลูกค้ากับเรา ก็จะเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมนั้นเป็นในด้าน

1.)การพัฒนา แนวคิดธุรกิจร่วมกัน อะไรทำให้ธุรกิจลูกค้าโต เช่น จากร้านค้าวัสดุธรรมดา เป็นร้านค้าทันสมัยให้บริการออกแบบและปรึกษาเจ้าของบ้านด้วย จากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดาอาศัยลดราคาเป็นร้านที่แนะนำชุดโฮมเธียเตอร์ให้ลูกค้า แนะนำการจัดเข้าชุด วางระบบเดินไฟ ให้ลูกค้าด้วย ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ กลุ่มบริการ การสื่อสารการตลาด ของ KAM ลองนึกภาพ ว่า KAM คุณอาจเป็น นิยมพานิช ร้านค้าวัสดุก่อสร้างใหญ่ๆ ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายหรือ ร้านค้ายางและให้บริการซ่อมรถยนต์ประดับยนต์ครบวงจร หรือ ดีลเลอร์ที่ขายคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ในภาค ห้างสรรพสินค้า โมเดิรน์เทรด หรืออาจเป็นลูกค้าผู้ใช้ธุรกิจรายใหญ่ เช่น คุณผลิตลูกค้าชิ้นปลา เต้าหู้ปลาขายเข้า MK ขายหนังปลาเข้า เย็นตาโฟมัลลิการ์ เป็นต้น คุณต้องพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้กับเขา
2.)การพัฒนาระบบการขาย ทั้งหน้าร้าน การตกแต่ง การโชว์สินค้า การแบ่งเขตขาย การดูแลร้านค้าช่วงและร้านค้าเครือข่ายให้กับลูกค้าขาใหญ่เรา การบริหารทีมขายหน้าร้านและทีมขายร้านค้าให้
3.)การพัฒนาระบบการจัดการและบริหารลูกค้าให้กับลูกค้า ไม่ว่าเป็น CRM หรือระบบบริหารจัดการลูกค้า
4.)การพัฒนาระบบบริหารงานของลูกค้าที่คุณจะเข้าไปช่วยให้คำแนะนำปรึกษา หรือหากลูกค้ารู้ดีกว่าเรา เราก็ต้องนำเสนอแผนร่วมกับลูกค้าให้ลูกค้าเห็นด้วยและดำเนินการร่วมกัน มีสัญญาสุภาพบุรุษต่อกัน

เอาละครับครั้งนี้ได้พอสังเขป แต่คุณก็จะเริ่มมองภาพออกแล้วว่าจะช่วยลูกค้าเราขยายธุรกิจอย่างไร เพื่อจะเติบโตไปกับเรา ยิ่งหากคุณเป็น SMEs คุณยิ่งสูญเสียลูกค้ากลุ่ม KAM ไม่ได้ หากเสียไป 2-3 ราย ธุรกิจคุณอาจถึงพับฐานได้เลย ดังนั้น KAM จะยิ่งมีบทบาทมากสำหรับ SMEs




ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2550
กรุณา Login ก่อนทำการให้หลอดไฟ
วันที่ตอบ 30/03/2555  10:48:58

 

กติกาในการใช้ฟอรั่ม

การศึกษาดอทคอมเป็นสื่อกลางที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการได้เข้ามาพูดคุย สอบถามรวมถึงโฆษณาซื้อขายสินค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อให้การใช้บริการเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และลดความสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย การศึกษาดอทคอมจึงขออนุญาตกำหนดกฎกติกาในการใช้ฟอรั่มเพื่อให้ผู้ใช้บริการปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้

  • ห้ามลงข้อความที่ไม่สุภาพ / ภาพลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ภาพลามก ล่อแหลม หรือสร้างความแตกแยก
  • ก่อนตั้งกระทู้ใหม่ กรุณาอ่านกระทู้เก่าๆก่อน เพื่อมิให้ตั้งซ้ำกับของเดิม เพื่อช่วยกันประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ
  • กรุณาเลือกห้องที่ตรงหรือใกล้เคียงกับกระทู้ที่สุด
  • ต้องเป็นสินค้า(ซื้อ-ขาย)ที่เกี่ยวกับการศึกษาเท่านั้น ห้ามลงประกาศนอกเหนือจากนี้
  • ห้ามลงสินค้า(ซื้อ-ขาย)เดิมๆซ้ำๆกัน
  • ไม่อนุญาตให้ใช้หลายสมาชิก ลงประกาศสินค้า(ซื้อ-ขาย)ชิ้นเดียวกัน
  • ต้องลงรายละเอียดสินค้า(ซื้อ-ขาย) รวมทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อกลับให้ครบถ้วน
  • ห้ามให้อ่านต่อที่เว็บอื่น รวมทั้งไม่อนุญาตให้ link ออกไปเว็บไซด์อื่นเพื่อการโฆษณา

ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบประกาศและปิดสมาชิกผู้ประกาศที่ผิดกฎโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert EmailInsert Image Insert List
   
Message:

Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

VerifyCode:
   

        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2019 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม