กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
15
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
12
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 BOL@#$%^&*(
4
อันดับที่ 3 minjo
3
อันดับที่ 4 mankittisak
3
อันดับที่ 5 zola
2
 

เคล็ดลับจากประสบการณ์จริง


คุยกับว่าที่คุณหมอรุ่นใหม่หัวใจหล่อ...
ว่าที่คุณหมอรุ่นใหม่หัวใจหล่อ “เพื่อน-พงศ์พันธุ์ ไมตรีอโนทัย” นักศึกษาแพทย์สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 5 จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการพิจารณาผ่านเกณฑ์คัดเลือกรับทุนการศึกษาจากมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ที่มีทั้งความสามารถทางวิชาการ มีความคิดที่มุ่งมั่นและชัดเจนในความฝันของตัวเองที่อยากจะเป็นหมอ โดยหลังจบการศึกษาก็ตั้งใจจะสานต่อปณิธานของมูลนิธิฯ ที่ว่า Pay It Forward หรือ “ส่งต่อการให้” ต่อยอดการสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่า เพื่อมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมดังเช่นที่ตนเองได้รับมา พร้อมตามรอย “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” บุคคลสำคัญผู้จุดประกายความฝันนี้
“ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ปี 5 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อตอนเด็กๆ คุณพ่อซึ่งตอนนั้นทำงานเป็นช่างซ่อมผ้าหรือตัดเย็บผ้าธรรมดาคนหนึ่ง ชอบเปิดพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปตามพื้นที่ทุรกันดารเพื่อช่วยเหลือราษฎรด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้ดูอยู่บ่อยๆ ภาพที่เห็นคือพระองค์เสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎรตามท้องถิ่นทุรกันดารอยู่เสมอ นำข้าวของไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน พร้อมพาคณะแพทย์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ไปดูแลรักษาประชาชนที่อยู่ห่างไกล ด้วยทรงเห็นว่าสุขภาพคนเราเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าสุขภาพของประชาชนดีแล้ว การประกอบอาชีพ ฐานะความเป็นอยู่ ตลอดจนการพัฒนาประเทศก็ย่อมดีตามไปด้วย สิ่งที่ได้เห็นคือแพทย์ทุกคนทำงานหนัก และทำงานด้วยใจที่อยากช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยจริงๆ ตั้งแต่นั้นมาเลยมีความฝันว่าถ้าโตมาอยากเป็น “หมอ” และจะเข้าร่วมการเป็นแพทย์พอ.สว. ให้ได้เพื่อมีโอกาสไปช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่ตามป่า บนภูเขา บนดอยสูง จากนั้นก็เดินหน้าลุย ตั้งใจเรียน และสอบเข้ามาเรียนหมอได้ในที่สุด”

Pay It Forward สู่ผู้อื่น
“อย่างที่ทราบกันดีว่าการเรียนแพทย์นั้นมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทางมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย (Pfizer Thailand Foundation หรือ PTF) มีโครงการมอบทุนการศึกษาให้แก่ผู้ที่มีผลการเรียนดี แต่ประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียน คือเป็นทุนที่มุ่งเน้นเรื่องของการเป็นผู้รับที่ดีและให้ผู้ที่ได้รับทุนส่งต่อสิ่งดีๆ ออกสู่ผู้คนในสังคม ตามปณิธาน Pay It Forward ซึ่งอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเห็นว่าผมมีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของมูลนิธิฯ จึงพิจารณาให้ได้รับทุนการศึกษา โดยทุนนี้ช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านได้พอสมควร ยิ่งไปกว่านั้นทุนของมูลนิธิฯ ยังเป็นทุนให้เปล่าที่ไม่ต้องใช้คืนด้วย
ตลอดระยะเวลาที่เรียนแพทย์มาตั้งแต่ปี 1 จนกระทั่งตอนนี้อยู่ปี 5 ผมได้ลงพื้นที่ชุมชนทุกปีและทำให้ได้พบว่า มีจำนวนของผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลจากบริการสาธารณสุขมีจำนวนมาก ส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดูแลสุขภาพของตัวเองเลยทำให้เกิดโรคต่างๆ อาทิ เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ซึ่งจริงๆ แล้วโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง ออกกำลังกายเป็นประจำ และอีกสาเหตุสำคัญคือผู้ป่วยไม่มีเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่ายา เพราะราคาสูงจ่ายไม่ไหว ทำให้ชาวบ้านหลายคนยอมที่จะไม่ไปหาหมอ แต่รักษาตามวิธีของตัวเอง บางรายก็ปล่อยทิ้งให้ป่วยอยู่แบบนั้นจนกว่าจะหายหรือไม่ก็เสียชีวิต
สำหรับโรคที่พบส่วนใหญ่คือโรคมาลาเรีย และฉี่หนู สาเหตุจากสัตว์ที่อยู่ในป่าเขาเป็นพาหะให้เกิดโรค ซึ่งชาวบ้านเป็นโรคนี้กันตลอดทั้งปี เพราะขาดความรู้เรื่องการป้องกัน และด้วยวิถีชีวิตของเขาด้วยมันเลี่ยงไม่ได้ก็ปฏิบัติตัวกันแบบเดิมๆ สุดท้ายก็ป่วยเป็นโรคเดิมตลอด ซึ่งถ้าเราไม่เข้าไปช่วยรักษาหรือให้ความรู้ ชาวบ้านจะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แล้วไปหาทางรักษาด้วยวิธีผิดๆ ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”

ว่าที่คุณหมอนักประดิษฐ์
“ตอนเรียนปี 4 ได้ไปลงพื้นที่บนดอยแม่ฟ้าหลวงและดอยแม่สลองนอก ผมได้เห็นถึงความยากลำบากของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น เจ็บป่วยแต่ละครั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อมาหาหมอเปันจำนวนมาก การเดินทางจากดอยลงมาถึงโรงพยาบาลในตัวเมืองทั้งไกลและลำบาก เลยทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยอยากจะลงมารักษาที่โรงพยาบาลเท่าไรนัก อีกสิ่งหนึ่งที่พบและตกใจมากคือ หลายหมู่บ้าน และเกือบจะทุกบ้าน มีเด็กอายุ 6-12 ปี ป่วยเป็นโรคสมองพิการตั้งแต่กำเนิด (Cerebral palsy) เป็นความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและท่าทางของร่างกายที่กล้ามเนื้อบกพร่อง ทำให้มีปัญหาในด้านของการเคลื่อนไหว โรคนี้มักเป็นมาแต่กำเนิดหรือตั้งแต่เด็กๆ สาเหตุส่วนใหญ่คือมาจากการที่แม่ไม่มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพของตัวเองขณะตั้งครรภ์ ไม่ยอมมาฝากครรภ์กับหมอ แล้วพอถึงเวลาก็คลอดเองด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เด็กขาดออกซิเจนในช่วงแรกคลอด สมองได้รับการกระทบกระเทือน หรือมีเลือดออกในสมองขณะคลอด ทำให้ไม่สามารถสั่งการควบคุมร่างกายให้เคลื่อนไหวได้ตามปกติ มีอาการตัวอ่อนปวกเปียก ข้อศอกงอ ข้อเข่างอ วิธีการดูแลเด็กเหล่านี้คือการทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องทุกวัน แต่ด้วยพ่อแม่เองที่ต้องหาเช้ากินค่ำไม่มีเวลามาทำกายภาพบำบัดให้ลูก ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ จะเกิดพังผืดตามข้อแขน ข้อเข่า เมื่อเด็กโตมาจะทำให้พิการถาวร จึงคิดหาวิธีที่จะช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กเหล่านั้นไม่โตมาแล้วพิการ สามารถช่วยตัวเองได้ ผมเลยประดิษฐ์อุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหว บริหารแขน ขา สามารถควบคุมด้วยปุ่มง่ายๆ ขึ้นมา และบังเอิญตรงกับช่วงงานวันนักประดิษฐ์ 2561 ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงลองส่งเข้าประกวดก็ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ก็ถือว่าช่วยรับรองในด้านประสิทธิภาพได้ระดับหนึ่ง โดยผมตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบจะนำอุปกรณ์นี้ไปปรึกษากับทางผู้ใหญ่ เพื่อพัฒนาต่อและนำเครื่องมือนี้กลับขึ้นไปบนดอยให้เด็กๆ ที่ประสบปัญหาดังกล่าวได้ใช้งานจริง”

ไม่ได้หวังจะแก้ทุกอย่างได้ แต่อยากช่วยเพิ่มทางเลือกที่ดี
“ยิ่งเราได้พบเห็นว่าชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากมากแค่ไหน ความตั้งใจที่อยากเดินตามรอยสมเด็จย่าเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น อยากจะเรียนให้จบเร็วๆ เพื่อนำความรู้ด้านการแพทย์ที่เรียนมาไปช่วยเหลือชาวบ้านตามชุมชนที่ห่างไกล ได้เข้าไปรักษาและให้ความรู้ในด้านสาธารณสุขที่ถูกต้องและมีประโยชน์ เพราะทุกวันนี้คนไทยต้องรอให้ป่วยก่อน ถึงจะยอมไปหาหมอหรือรักษาตัว ซึ่งวิธีที่ถูกต้องคือรณรงค์การดูแลป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดโรค การที่ผมเข้ามาเรียนหมอไม่ได้หวังที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้หมด แต่อยากค่อยๆ ปรับ และจุดประกายให้คนไทยได้มีโอกาสในการดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น มีชีวิตดีขึ้น เพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”
จากเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีเป้าหมายสำคัญในชีวิต ก้าวเดินตามทางที่มุ่งหวัง และอีกไม่นาน เพื่อน-พงศ์พันธุ์ ไมตรีอโนทัย จะได้ทำตามความฝันของตัวเองอย่างเต็มความสามารถจากวิชาชีพของตัวเอง เพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนให้ดีขึ้นกว่าเดิมและช่วยต่อยอดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่า เพื่อมอบสิ่งดีๆ มอบกลับคืนสู่สังคม เพราะการเป็นผู้รับที่ดีต้องควบคู่อยู่กับการเป็นผู้ให้ “เพื่อน” เป็นเพียงหนึ่งในจำนวน 306 คน ของนักเรียนทุนจากมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยที่ดำเนินงานมากว่า 17 ปี ซึ่งมองเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างพึ่งพาอาศัย ให้ความช่วยเหลือและมีความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนสังคมให้พัฒนาอย่างมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน ตามเจตนารมย์ของทุนมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย

######

เกี่ยวกับ มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย
มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย เป็นองค์กรการกุศลที่ดำเนินงานอย่างอิสระ จากการริเริ่มและสนับสนุนโดยบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทสาขาของไฟเซอร์ อิงค์ แห่งสหรัฐอเมริกา จดทะเบียนก่อตั้งในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2544 ภารกิจหลักของมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย คือการปฏิบัติงานร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลาย เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ สู่ผู้ต้องการโอกาสทุกกลุ่ม เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีมีสมดุล ทั้งในประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอินโดไชน่า

บรรยายภาพ
01-04เพื่อน-พงศ์พันธุ์ ไมตรีอโนทัย นักศึกษาแพทย์สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ปี 5 จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เล่าถึงความฝันและความคิดที่ต้องการช่วยเหลือผู้ป่วย
05-06สิ่งประดิษฐ์ช่วยทำกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วย โรคสมองพิการตั้งแต่กำเนิด (Cerebral palsy) ที่ส่งเข้าประกวด
07-09กิจกรรมลงพื้นที่ตรวจสุขภาพของชาวบ้านพร้อมเพื่อนๆ นักศึกษาแพทย์

######

   

        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2019 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม