กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
14
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
11
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 minjo
3
อันดับที่ 3 mankittisak
3
อันดับที่ 4 BOL@#$%^&*(
2
อันดับที่ 5 ano608
1
กวดวิชา,Tutor Online,ห้องเรียน Online,วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระน่ารู้


กรุณา Login ก่อนทำการให้หลอดไฟ
ยังไม่มีผู้ให้หลอดไฟ

ปีใหม่ใกล้เข้ามาอีกแล้ว ใครที่ยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหน กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี (ขน.) มีโปรแกรมล่องเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมทำบุญ 9 วัดภายในวันเดียวมาแนะนำ เป็นการเริ่มต้นปีใหม่อย่างมีความสุขสงบทางใจ เส้นทางก็ไม่ไกลมากนัก

เริ่มต้นกันที่วัดแรก คือ วัดบุคคโล วัดเก่าแก่อายุกว่า 237 ปี สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาประมาณปี พ.ศ.2310 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 โดยเจ้าฟ้าหญิงอุบลวรรณา แล้วเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า “วัดอุบลวัน” แต่ชาวบ้านยังเรียกติดปากว่าวัดบุคคโล และเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อแพ” ซึ่งเล่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปที่ลอยมากับแพ วนมาอยู่หน้าวัดหลายวัน ชาวบ้านจึงได้ทำพิธีอันเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัด และเป็นที่นิยมกราบไหว้ขอพรเพื่อให้การทำมาค้าขายมีความเจริญรุ่งเรืองสมปรารถนา ต่อกันที่ วัดยานนาวา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัดโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดคอกควาย ในสมัยกรุงธนบุรีได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง และเรียกชื่อใหม่ว่า วัดคอกกระบือ ในสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และสร้างสำเภาพระเจดีย์แทนพระสถูปเจดีย์ทั่วไป เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นรูปแบบเรือสำเภาซึ่งกำลังจะหมดไปจากเมืองไทย วัดคอกกระบือ จึงกลายเป็นวัดยานนาวาจนถึงทุกวันนี้

จากนั้นแวะกราบนมัสการ หลวงพ่อแดง พระพุทธรูปเนื้อสำริดแกมทองคำ ปางมารวิชัย ณ วัดราชสิงขร ซึ่งป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปลายรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ.2275 - 2310) ซึ่งเป็นช่วงปลายแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ที่นับว่าบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองอย่างสูงสุด





ไปต่อกันที่วัดที่ 4 สักการะหลวงพ่อซำปอกง ณ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (วัดกัลยา) ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อสมัยราชกาลที่ 3 เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน จึงมีชื่อเรียกแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง พุทธประวัติที่แทรกเรื่องราวชีวิตชาวบ้านชาวเมืองสมัยรัชกาลที่ 3

จากนั้นนั่งเรือต่อไปที่ วัดอรุณราชวราราม สักการะพระประธาน และเดินทักษิณาวัตรรอบพระปรางค์ 3 รอบ เพื่อชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน วัดอรุณราชวรารามเป็นอีกหนึ่งวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า "วัดมะกอก" ตามชื่อตำบลบางมะกอกซึ่งเป็นที่ตั้งวัด ภายหลังเปลี่ยนเป็น "วัดมะกอกนอก" เพราะมีวัดสร้างขึ้นใหม่แต่อยู่ลึกเข้าไปในคลองบางกอกใหญ่ ชื่อ "วัดมะกอกใน" ต่อมาใน พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระราช ประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรี จึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทางชลมารค และถึงหน้าวัดเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเปลี่ยนชื่อวัดมะกอกนอกเป็น "วัดแจ้ง" เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งนิมิตนั่นเอง

จากนั้นแวะนมัสการ พระประธานยิ้มรับฟ้า เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสำริด ปางสมาธิ เบื้องพระพักตร์มีรูปพระสาวก 3 องค์ สวดภาวนาด้วยคาถาชินบัญชรสักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พร้อมให้อาหารปลาหน้าวัดระฆัง วัดระฆัง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดบางว้าใหญ่ แต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ได้มีการขุดพบระฆังลูกหนึ่งซึ่งมีเสียงไพเราะมาก ซึ่งต่อมารัชกาลที่ 1 ได้นำระฆังดังกล่าวไปไว้ที่วัดพระแก้ว และโปรดให้สร้างหอระฆัง พร้อมทั้งระฆังอีก 5 ลูกไว้ให้แทน จึงเป็นที่มาของชื่อ “วัดระฆัง”

จากนั้นนั่งเรือเข้าสู่คลองบางกอกน้อย ผ่านอู่เรือพระราชพิธี แวะนมัสการหลวงพ่อวัดโบสถ์น้อย ณ วัดอมรินทราราม ซึ่งวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดบางหว้าน้อย” ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดให้บูรณะปฎิสังขรณ์ใหม่ทั้งหมด และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอมรินทราราม” ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “หลวงพ่อโบสถ์น้อย” พระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะอยุธยา มีเรื่องเล่าถึงปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อโบสถ์น้อยว่า ตอนปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดทำลายสถานีรถไฟบางกอกน้อยจนพังพินาศ เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงกำลังของฝ่ายญี่ปุ่น วัดอมรินทรารามก็พลอยถูกลูกหลงจนเสียหายย่อยยับไปด้วย เหลือเพียงวิหารหลังที่ประดิษฐานนามว่า “หลวงพ่อโบสถ์น้อย” ที่รอดพ้นภัยมาได้

ออกจากวัดอมรินทราราม ก็ล่องเรือออกแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง เลี้ยวซ้ายไปทางเทเวศน์ สักพักก็จะถึงวัดลำดับที่ 8 "วัดคฤหบดี" วัดคฤหบดี สร้างโดยพระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่) ต้นสกุล “ภมรมนตรี” ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ได้โปรดพระราชทานนามวัด และพระราชทาน “พระแซกคำ” ไว้เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดให้ทำการปฏิสังขรณ์วัดคฤหบดีครั้งใหญ่ และได้ทรงพระราชทานตราประจำรัชกาลประดิษฐานไว้จนกระทั่งทุกวันนี้

สำหรับ “หลวงพ่อแซกคำ” เป็นพระพุทธรูปทองคำปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน ภายในองค์หลวงพ่อได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 9 องค์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีอภินิหารศักดิ์สิทธิ์คู่กับพระแก้วมรกต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้อัญเชิญมากจากเวียงจันทน์ ในปี พ.ศ. 2369

และวัดสุดท้ายสำหรับทริปนี้ ก็คือ วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 1850 เดิมเป็นวัดราษฎร์ สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ชาวบ้านเรียกว่า วัดสมอแครง ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงรับวัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวง และพระราชทานนามว่า วัดเทวราชกุญชร โดยนำมาจากพระนามเดิมของกรมพระพิทักษ์เทเวศร ผู้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระพุทธเทวราชปฏิมากร” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปโลหะหล่อลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยฝีมือช่างสมัยทวารวดีผสมอู่ทอง ที่มีความงดงามมาก

สำหรับผู้ที่สนใจสำหรับทริปนี้ สามารถเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการที่มีให้เลือกมากมายเพราะงานนี้กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี (ขน.) ออกมารับรองว่าเรือทุกลำที่ให้คอยบริการจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานเดียวกันทุกลำ ทั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ และการประกันภัยทางเรือสำหรับผู้โดยสาร

 

โดย : นายพเนจร

"

        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2017 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม