กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
14
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
11
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 minjo
3
อันดับที่ 3 mankittisak
3
อันดับที่ 4 BOL@#$%^&*(
2
อันดับที่ 5 ano608
1
กวดวิชา,Tutor Online,ห้องเรียน Online,วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระน่ารู้


กรุณา Login ก่อนทำการให้หลอดไฟ
มีผู้ให้หลอดไฟแล้ว 3 หลอด




การป้องกันอาการปวดตาจากการใช้คอมพิวเตอร์


1.อาการปวดตา เป็นอาการที่เป็นกันบ่อยมาก ในคนที่ใช้สายตา มองจอมอนิเตอร์ ถ้างานของคุณทำให้คุณต้องจ้องมองจอแสดงผล เหล่านี้ เป็นประจำ ต้องระลึกไว้เสมอว่า ต้องมีการพักสายตาบ่อยๆ เพราะการจ้องมองอะไรที่อยู่ใกล้ๆ เป็นเวลานานๆ เป็นการใช้ กล้ามเนื้อตาอย่างหนัก ทั้งกล้ามเนื้อ ภายในลูกตา ที่ทำหน้าที่ โฟกัสภาพ และกล้ามเนื้อภายนอก ที่ทำหน้าที่ดึงตา เข้าหากัน เพื่อการมองใกล้ให้ดี
         อาการปวดตาที่ว่านี้ ไม่จำกัดแต่ว่าปวดตาอย่างเดียว  นับรวมถึง อาการปวดหัวคิ้ว ปวดขมับ ปวดบีบๆ รอบศีรษะ ปวดหนักๆ ในเบ้าตา บางครั้งลามไปถึง ปวดต้นคอ ปวดหลังเรื้อรัง ทำให้ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ เป็นประจำเกิดความกังวล สิ้นเปลือง เงินทอง และเวลาไปตรวจรักษาแล้วหลายที่ กับแพทย์หลายท่าน แล้วก็ได้รับคำตอบเหมือนๆ กันว่า ให้พักสายตา หรืออย่าเครียด และได้รับยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อมารับประทาน พอหมดฤทธิ์ยา ก็ปวดอีก ตัวคุณเองสามารถป้องกัน มิให้เกิดอาการ ได้ง่ายดาย โดยไม่ต้องพึ่ง ยาแก้ปวด หรือยาคลายกล้ามเนื้อ อันเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แค่คุณเข้าใจสาเหตุ และใส่ใจ กับตัวเองเท่านั้น 
         การพักสายตาบ่อยๆ จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความผิดพลาด และลดอาการปวด เมื่อยตาลงได้  การพักสายตานี้ ทำได้โดยละสายตาจากหน้าจอ ไปมองไกลๆหรือหลับตาลง ทุก 15-20 นาที เคล็ด (ไม่) ลับอยู่ที่ คุณจะต้องพักสายตา ก่อนที่จะเริ่มมีอาการปวดตา จะทำให้คุณ หลีกเลี่ยงอาการปวดได้  และควรมีการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคตาจริงๆ 
 
2.เพื่อลด และป้องกันอาการปวดตา จากการใช้คอมพิวเตอร์ การจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญมาก ควรสำรวจดูว่า มีแหล่งกำเนิดแสง ที่เป็นที่มาของแสงสะท้อนที่จอ (glare) หรือไม่ เช่น ถ้าด้านตรงข้ามกับจอ มีหน้าต่างที่มีแสงส่องเข้ามา หรือมีแสงสว่างจากหลอดไฟ บริเวณใกล้เคียง แสงจ้าที่สะท้อนอยู่บนจอมอนิเตอร์ ทำให้คุณต้องเพ่งมองหนักขึ้น เพื่อให้มองข้อมูลบนจอให้ชัด และทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้า พลอยเกร็งไปด้วย ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตา เมื่อยล้า จนไม่สามารถทำงานต่อได้ ควรจัดทิศทางของจอให้แสงไม่มาสะท้อนได้ หรือปิดม่านขณะใช้คอมพิวเตอร์ หรืออาจใช้จอ anti-glare เพื่อลดอาการปวดตา และสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปก็คือ แสงสว่างภายในห้องทำงาน แสงที่สว่างจ้าเกินไป หรือมืดเกินไป ก็ทำให้เมื่อยล้าตา เพราะต้องใช้การเพ่งมากเกินไปเช่นกัน  

3.เวลาที่คุณนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์ ระยะที่คุณนั่งห่างจากจอ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีผลต่ออาการปวดตา ระยะที่เหมาะสม ขึ้นกับปัจจัย หลายอย่าง เช่น สายตาของคุณ ท่าทางการทำงาน การออกแบบที่ทำงาน ขนาดจอมอนิเตอร์ ยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งดี เพราะคุณสามารถตั้งจอ ให้ห่างตา 
         เพื่อลดอาการเมื่อยตา จากการใช้แรงกล้ามเนื้อตา ช่วยเพื่อโฟกัสมองใกล้มากๆเป็นระยะเวลานานได้ เพราะยิ่งมองใกล้มาก กล้ามเนื้อตาก็ยิ่งทำงานหนักมากขึ้น การมองไกลจึงจะเป็นการพักผ่อนตา มุมมองเวลาทำงานก็สำคัญ หากคุณต้องก้มๆ เงยๆ เวลาพิมพ์งาน เช่น ก้มมองเอกสารต้นฉบับ สลับกับการเงยมองจอคอมพิวเตอร์ จะทำให้ปวดศีรษะ และต้นคอได้ ทางที่ดี ขอบบนของจอคอมพิวเตอร์ ไม่ควรอยู่สูงเกินกว่าระดับสายตา ควรจะพอดีกับระดับสายตา หรือต่ำกว่าไม่เกิน 10-20 องศา  และหากมีเอกสารต้นฉบับ ควรมีแท่นตั้งให้เอกสาร อยู่ในแนวตั้งระดับเดียวกับ จอคอมพิวเตอร์ 
 
ข้อมูลจาก :  http://www.lasikthai.com   
รูปประกอบจาก : thaiwomen

คำเกี่ยวข้องที่ใช้ค้นหา:   จ้องคอมนานๆปวดตา อาการปวดตาจากการใช้คอมพิวเตอร์    ปวดตาจากคอมพิวเตอร์    มอนิเตอร์    กล้ามเนื้อตา  ปวดตา สายตาพล่ามัว สายตาสั้น

        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2017 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม