กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
15
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
12
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 BOL@#$%^&*(
3
อันดับที่ 3 minjo
3
อันดับที่ 4 mankittisak
3
อันดับที่ 5 zola
2
กวดวิชา,Tutor Online,ห้องเรียน Online,วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระน่ารู้


กรุณา Login ก่อนทำการให้หลอดไฟ
ยังไม่มีผู้ให้หลอดไฟ



นักวิจัยจุฬาฯ ชี้ “หอยกาบน้ำจืด” ตัวเฝ้าระวังสารตกค้างจากยาฆ่าศัตรูพืช



ข่าวลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕


ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ในแต่ละปีมีการใช้สารเคมีในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชในปริมาณมาก สิ่งที่ควรคำนึงถึงและให้ความสำคัญก็คือการปนเปื้อนของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระบบนิเวศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมตามมาอันเนื่องมาจากฤทธิ์ที่ตกค้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนคลอรีน ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลงชนิดสังเคราะห์ ที่สามารถสะสมอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้ยาวนาน


อ.ดร.นพดล กิตนะ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯและคณะ ได้ศึกษาวิจัย “การใช้หอยกาบน้ำจืดเป็นตัวเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารฆ่าศัตรูพืชและสัตว์ในกลุ่มออร์กาโนคลอรีนในพื้นที่เกษตรกรรมภาคกลางในประเทศไทย” เนื่องจากสารกำจัดศัตรูพืชในกลุ่มออร์กาโนคลอรีนมีหลายชนิด ชนิดที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือสารดีดีทีซึ่งมีทั้งข้อดีในการช่วยควบคุมแมลง ในขณะเดียวกันก็ออกฤทธิ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตได้ ในประเทศไทยมีการห้ามการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในกลุ่มออร์กาโนคลอรีนมากว่า ๓๐ ปีแล้ว แต่มีการอนุญาตใช้ในบางกรณี รวมทั้งยังมีการลักลอบการใช้สารกำจัดศัตรูพืชชนิดนี้อยู่ เช่น ใช้ในการควบคุมหอยเชอรี่ จากการศึกษาวิจัยพบว่ายังมีการตกค้างของสารชนิดนี้ตามแหล่งธรรมชาติทั้งดินและน้ำ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากดินตะกอนและน้ำโดยใช้วิธีการทางเคมี สารกำจัดศัตรูพืชในกลุ่มออร์กาโนคลอรีนจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของสารที่ได้รับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ รวมทั้งอาจส่งผลในระยะยาวทำให้เกิดโรคเรื้อรัง โรคมะเร็ง และภาวะการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของทารก


ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ อ.ดร.นพดล ได้เลือกหอยกาบน้ำจืดซึ่งอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำและฝังตัวอยู่ในดินตะกอน เป็นตัวเฝ้าระวังสารตกค้างจากยาฆ่าศัตรูพืช พื้นที่ในการศึกษาวิจัยอยู่ในบริเวณคลองรังสิต คลอง ๗ ซึ่งมีหอยกาบน้ำจืด ๓ ชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก วิธีการศึกษาวิจัยมีการเก็บตัวอย่างดินตะกอนบริเวณคลองรังสิต และเก็บตัวอย่างหอยกาบมาศึกษาการปนเปื้อนของสารกำจัดศัตรูพืชด้วยกระบวนการทางเคมี รวมทั้งศึกษาถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงของหอยกาบทั้งภายในและภายนอก ผลการศึกษาวิจัยพบว่ายังมีการปนเปื้อนของสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนคลอรีนซึ่งตกค้างในดินตะกอนและหอยกาบน้ำจืดที่เก็บตัวอย่างมาได้ แม้ว่าปริมาณของสารกำจัดศัตรูพืชอาจไม่มากถึงกับทำให้หอยกาบตายหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนคลอรีนซึ่งตกค้างในดินตะกอนและหอยกาบน้ำจืด พบว่าในหอยกาบน้ำจืดมีปริมาณสารดังกล่าวที่ปนเปื้อนตกค้างมากกว่าในดินตะกอนถึง ๑๐ เท่า ดังนั้นหอยกาบน้ำจืดที่พบในแหล่งน้ำใกล้พื้นที่เกษตรกรรมจึงสามารถเป็นตัวเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารกำจัดศัตรูพืชได้เป็นอย่าง 


อ.ดร.นพดล กล่าวเพิ่มเติมถึงความก้าวหน้าของงานวิจัยในเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันมีการขยายขอบเขตพื้นที่ในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมไปที่ จ.น่านซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความน่าสนใจเนื่องจาก จ.น่านมีพื้นที่ทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในกลุ่มสารกำจัดวัชพืชหรือยาฆ่าหญ้า ซึ่งนิสิตที่ร่วมศึกษาวิจัยได้มีการใช้สัตว์ชนิดต่างๆในระบบนิเวศเป็นตัวเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็นหอยกาบ ปูนา กบ และปลา


ที่มา : www.chula.ac.th

        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2017 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม