กลับไปหน้าหลัก
Counter Service
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
15
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
12
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 BOL@#$%^&*(
4
อันดับที่ 3 minjo
3
อันดับที่ 4 mankittisak
3
อันดับที่ 5 zola
2
ย้อนกลับ
กลับสู่เมนู
ถัดไป
กรุณา Login ก่อนทำการให้หลอดไฟ
ยังไม่มีผู้ให้หลอดไฟ

ประโยคภาษาไทย

ในประโยคภาษาไทยสามารถแบ่งชนิดของคำตามความหมายและหน้าที่ได้ 7 ชนิด

  1. คำนาม (Noun)
  2. คำสรรพนาม (Pronoun)
  3. คำกริยา (Verb)
  4. คำวิเศษณ์ (Adjective/Adverb)
  5. บุพบท (Preprosition)
  6. คำสันธาน (conjunction)
  7. คำอุทาน (Interjection)

2. คำสรรพนาม (Pronoun)

คำสรรพนาม คือ คำที่ใช้แทนนามที่กล่าวมาแล้ว หรือนามที่เรารู้จักกันทั่วไป เราใช้คำสรรพนามเพื่อไม่ต้องกล่าวคำนามเดิมซ้ำๆ แบ่งเป็น 7 ชนิด ดังนี้

1. บุรุษสรรพนาม เป็นสรรพนามที่ใช้ในการพูดจาสื่อสารกัน ระหว่างผู้พูด (สรรพนามบุรุษที่ 1) ผู้ฟัง (สรรพนามบุรุษที่ 2) และผู้ที่เรากล่าวถึง (สรรพนามบุรุษที่ 3) มี 3 ชนิด ดังนี้

  1. สรรพนามบุรุษที่ 1 ใช้แทนผู้ส่งสาร (ผู้พูด) เช่น ฉัน ดิฉัน ผม ข้าพเจ้า เรา หนู เป็นต้น
  2. สรรพนามบุรุษที่ 2 ใช้แทนผู้รับสาร (ผู้ฟัง) เช่น ท่าน คุณ เธอ แก ใต้เท้า เป็นต้น
  3. สรรพนามบุรุษที่ 3 ใช้แทนผู้ที่กล่าวถึง เช่น ท่าน เขา มัน แก เป็นต้น

ข้อควรสังเกต การใช้คำสรรพนามใช้แทนบุคคลในภาษาไทยนั้น แสดงถึง

  1. แสดงถึงเพศวัย ฐานะในเครือญาติ ฐานะในสังคมทั่วไป
  2. แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง

2. ประพันธสรรพนาม คือ สรรพนามที่ใช้เชื่อมประโยค สรรพนามนี้ใช้แทนนามหรือสรรพนามที่อยู่ในประโยคข้างหน้า และต้องการจะกล่าวซ้ำอีกครั้งหนึ่งในประโยคต่อมา จะอาศัยคำว่า ที่ ซึ่ง อัน เป็นตัวเชื่อมประโยคสองประโยคเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น

บ้านที่ทาสีขาวเป็นบ้านของเธอ (ที่ เชื่อมประโยคที่ 1 บ้านทาสีขาว กับ ประโยคที่ 2 บ้านของเธอ)

3. วิภาคสรรพนาม คือ สรรพนามบอกความชี้ซ้ำ เป็นสรรพนามที่ใช้แทนนามที่อยู่ข้างหน้า เมื่อต้องการเอ่ยซ้ำ โดยที่ไม่ต้องเอ่ยนามนั้นซ้ำอีก และเพื่อแสดงความหมายแยกออกเป็นส่วนๆ ได้แก่คำว่า บ้าง ต่าง กัน ตัวอย่างเช่น

นักศึกษาต่างแสดงความคิดเห็น
สตรีกลุ่มนั้นทักทายกัน
นักกีฬาตัวน้อยบ้างก็วิ่งบ้างก็กระโดดด้วยความสนุกสนาน

4. นิยมสรรพนาม คือ สรรพนามชี้ระยะ เป็นสรรพนามที่ใช้กล่าวถึงต่ำแหน่งที่อยู่ เพื่อระบุให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่คำว่า นี่ นั่น โน่น ตัวอย่างเช่น

นี่เป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรต์ในปีนี้
นั่นรถจักรยานยนต์ของเธอ
โน่นบ้านของฉัน

5. ปฤจฉาสรรพนาม คือ สรรพนามที่เป็นคำถาม ใช้แทนนามที่เป็นการถามที่ต้องการคำตอบ ได้แก่คำว่า ใคร อะไร ไหน ผู้ใด ตัวอย่างเช่น

ใครหยิบหนังสือบนโต๊ะไป
อะไรวางอยู่บนเก้าอี้
ปากกาของฉันอยู่ที่ไหน
ผู้ใดเป็นคนรับโทรศัพท์

6. อนิยมสรรพนาม สรรพนามบอกความไม่เจาะจง สรรพนามนี้มีรูปซ้ำกับสรรพนามที่เป็นคำถามแต่ใช้แทนนามที่กล่าวถึงโดยไม่ต้องการคำตอบ ไม่ชี้เฉพาะเจาะจง ได้แก่คำว่า ใคร อะไร ที่ไหน ผู้ใด สิ่งใด ใครๆ อะไรๆๆ ใดๆ ตัวอย่างเช่น

ใครๆก็พูดเช่นนั้น
ใครก็ได้ช่วยชงกาแฟให้หน่อย
ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง
ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้

7. สรรพนามที่เน้นตามความรู้สึกของผู้พูด สรรพนามชนิดนี้มักเรียงต่อจากคำนามเพื่อเน้นนามที่อยู่ข้างหน้าและบอกความรู้สึกของผู้พูดที่มีต่อนามที่กล่าวถึง ตัวอย่างเช่น

คุณพ่อท่านเป็นคนอารมณ์ดี (บอกความรู้สึกยกย่อง)
คุณจิตติมาเธอเป็นคนอย่างงี้แหละ (บอกความรู้สึกธรรมดา)

หน้าที่ของคำสรรพนาม

  1. ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค เช่น
    เธอไปวัดมา เธอ เป็นประธาน
    แกมาจากไหน แก เป็นประธาน
    เขากำลังนอนอยู่ เขา เป็นประธาน
  2. ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค เช่น
    เธอดูนี่สิ สวยไหม นี่ เป็นกรรม
    นิมนตร์พระคุณเจ้าทางนี้ครับ พระคุณเจ้า เป็นกรรม
    สอนน้องทำการบ้าน น้อง เป็นกรรม
  3. ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็ม เช่น
    เสื้อของฉันคือนี่ สีฟ้าใสเห็นไหม นี่ เป็นส่วนเติมเต็ม
ย้อนกลับ
กลับสู่เมนู
ถัดไป

        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2017 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม