กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
15
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
12
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 BOL@#$%^&*(
4
อันดับที่ 3 minjo
3
อันดับที่ 4 mankittisak
3
อันดับที่ 5 zola
2
ย้อนกลับ
กลับสู่เมนู
ถัดไป
กรุณา Login ก่อนทำการให้หลอดไฟ
ยังไม่มีผู้ให้หลอดไฟ

List:                 Articles

=================================
Description:    Articles  แปลว่า คำนำหน้าคำนาม
แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ (1)Indefinite Article ได้แก่ a, an
เป็น Article ที่ใช้นำหน้านามแล้วทำให้นามตัวนั้นมีความหมายทั่วๆ ไป ไม่ชี้เฉพาะเจาะจง
และ (2)Definite Article ได้แก่ the เป็น Article ที่ใช้นำหน้านามแล้วทำให้นามตัวนั้นมีความหมายชี้เฉพาะเจาะจง หรือบ่งชัดว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ทันที

 

Articles, เราสามารถใช้ a , an นำหน้านามที่เป็นชื่อเฉพาะ (Proper Noun) ซึ่งเป็นบุคคลที่เราไม่รู้จักมาก่อน               
Description:       เราสามารถใช้ a , an นำหน้านามที่เป็นชื่อเฉพาะ (Proper Noun) ซึ่งเป็นบุคคลที่เราไม่รู้จักมา
ก่อนเป็นส่วนตัว โดยมีความหมายว่า คนใดคนหนึ่ง หรือ ราวกับว่า ตัวอย่างเช่น A Mr. Jones wishes to speak to you. (คนที่ชื่อนายโจนส์อยากคุยกับคุณ), A Mrs. Christina called while you were out. (คนที่ชื่อนางคริสติน่าโทรมา ตอนคุณไม่อยู่), He thinks he is an Einstein.  (เขาคิดว่าเขาเป็นคนฉลาดราวกับไอสไตน์)

 

Articles, เราจะใช้ a, an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่เป็นสำนวนในประโยคอุทาน
Description:    เราจะใช้ a, an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่เป็นสำนวนในประโยคอุทาน ตัวอย่างเช่น What an expensive car it is! (ช่างเป็นรถที่แพงอะไรเช่นนี้), What a hot day it is! (มันเป็นวันที่ร้อนจริงๆ)
Articles, เราจะใช้ a , an นำหน้านามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับความไม่สบายเจ็บไข้ได้ป่วย
Description:       เราจะใช้ a , an นำหน้านามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับความไม่สบายเจ็บไข้ได้ป่วย ตัวอย่างเช่น  have a headache (ปวดศีรษะ), have a pain (ได้รับความเจ็บปวด), have cough (เป็นไอ, มีอาการไอ), have cold (เป็นไข้หวัด), have toothache (ปวดฟัน), have an earache (ปวดหู เจ็บหู) แต่เราจะไม่ใช้ a,an นำหน้าชื่อป่วย โรคต่างๆ เช่น have influenza (เป็นไข้หวัดใหญ่), have rheumatism (เป็นโรคปวดในข้อ), Cholera (โรคอหิวาตกโรค), Malaria (โรคไข้จับสั่น), Mump (โรคคางทูม), Meals (โรคหัด) เป็นต้น

Articles, ถ้าชื่อประเทศเป็นคำเดียว และเป็นนามเอกพจน์ด้วย เราจะไม่ใช้ article นำหน้า
Description:       ถ้าชื่อประเทศเป็นคำเดียว และเป็นนามเอกพจน์ด้วย เราจะไม่ใช้ article นำหน้า เช่น Thailand
(ประเทศไทย), England(ประเทศอังกฤษ),France(ประเทศฝรั่งเศส),India(ประเทศอินเดีย) เป็นต้น

แต่ถ้าชื่อประเทศเป็นนามพหูพจน์ หรือมีคำว่า Kingdom, Union, Republic หรือ United มาประกอบต้องใช้ the นำหน้า เช่น The Nether Lands (ประเทศเนเธอร์แลนด์), The Philippines(ประเทศฟิลิปปินส์), The Soviet Union (สหภาพโซเวียต), The United Kingdom (สหราชอาณาจักร), The Irish Republic (สาธารณรัฐไอริช), The United States of Africa (สหรัฐอเมริกา) เป็นต้น

Description:    Articles, เราต้องใช้ a , an นำหน้าสำนวนต่อไปนี้  ได้แก่ (1)
as a matter of fact (อันที่จริงแล้ว),

all of a sudden (ทันใดนั้น),
a long time (เป็นเวลายาวนาน),
be a  pity (น่าสงสาร, น่าเสียดาย),
be a shame (น่าละอาย),
Articles, เราต้องใช้ a , an นำหน้าสำนวนต่อไปนี้  ได้แก่ (2)
be in a good mood (มีอารมณ์แจ่มใส),

have a good time(สนุก),
have a busy time (มีธุระยุ่งมาก),
have a hurry (รีบร้อน),
in a rush (เร่งรีบ),
Articles, เราต้องใช้ a , an นำหน้าสำนวนต่อไปนี้  ได้แก่ (3)

do a favour (อนุเคราะห์),
tell a lie (พูดปด),
make a living (หาเลี้ยงชีพ),
take a trip (เดินทาง),
take a picture (ถ่ายรูป),

 

Articles, เราต้องใช้ a , an นำหน้าสำนวนต่อไปนี้  ได้แก่ (4)
take a look at (มองไปที่),
make a mistake (ทำผิด),
make a stand (ตั้งมั่น),

creat a astir (ทำให้เกิดความอลวล),
have a mind (ตั้งใจว่า, คิดว่า),
Articles, เราต้องใช้ a , an นำหน้าสำนวนต่อไปนี้  ได้แก่ (5)
thke a guess (ทาย, เดา),
in a pinch (พยายาม),

have an opportunity (มีโอกาส),
at a discount (ลดราคา),

have a habit (มีนิสัย),
Articles, เราต้องใช้ a , an นำหน้าสำนวนต่อไปนี้  ได้แก่ (6)
take a seat (เชิญนั่ง),
a question of (ปัญหาเกี่ยวกับ...),
keep it a secret (เก็บไว้เป็นความลับ),
be at a loss (หมดหนทาง, ขาดทุน),
make it a rule (ตั้งเป็นกฎ),
Articles, เราต้องใช้ a , an นำหน้าสำนวนต่อไปนี้  ได้แก่ (7)
on a large scale (อย่างมโหฬาร),
be in a position (อยู่ในฐานะ),
on an average (โดยเฉลี่ย),
at a premium (มีราคาสูง),
Articles, เราต้องใช้ a , an นำหน้าสำนวนต่อไปนี้  ได้แก่ (8)

keep up a correspondence (โต้ตอบจดหมาย)

at a distance (ในระยะไกล),
with a view to (เพื่อจะทำให้),
with an eye to (เพื่อดู, เพื่อทัศนาจร)

 

Articles, การใช้ The นำหน้าชื่อ โรงเรียน(school), วิทยาลัย(college), มหาวิทยาลัย(university), วัดวาอาราม
(temple) ตลอดถึงชื่อเฉพาะของสถาบัน ซึ่งเป็นคำผสมที่เชื่อมด้วย of
Description:    การใช้ The นำหน้าชื่อ โรงเรียน(school), วิทยาลัย(college), มหาวิทยาลัย(university), วัดวาอาราม (temple) ตลอดถึงชื่อเฉพาะของสถาบัน ซึ่งเป็นคำผสมที่เชื่อมด้วย of  เช่น The School of Suan Kularb (โรงเรียนสวนกุหลาบ),          The University of Mahidol  (มหาวิทยาลัยมหิดล),
The College of Thonburi (วิทยาลัยครูธนบุรี), The Temple of Bencha (วัดเบญจะ) แต่

เราจะไม่ใช้ the เมื่อมีชื่อ Proper Noun อยู่หน้า Common Noun และไม่มี of มาเชื่อม เช่น Suan Kularb Schoo (โรงเรียนสวนกุหลาบ),
Thammasart University (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์), Mahadhat Temple (วัดมหาธาตุ) เป็นต้น

 

Articles, การใช้ the นำหน้าเลขจำนวนนับ หรือลำดับที่ เมื่อใช้ประกอบหน้าหรือขยายคำนาม
Description :  เราจะใช้ the นำหน้าเลขจำนวนนับ หรือลำดับที่ เมื่อใช้ประกอบหน้าหรือขยายคำนาม เช่น The first student is the head of the class., Smith is the third son of his family. ยกเว้นเมื่อเลขจำนวนนับ หรือลำดับที่ ถูกใช้ลอยๆ โดยไม่มีนามตามหลัง จะทำหน้าที่คล้าย Adverb  กรณีนี้ห้ามใช้ the นำหน้าโดยเด็ดขาด เช่น Nivat wrote me a letter first., Who wants to speak second?

 

Description :  เราต้องใช้ the นำหน้านามที่เป็นสำนวนต่อไปนี้ตลอดไป ได้แก่ (1)
make the beds (จัดที่นอน),

wash the dishes (ล้างจาน),
at the present time (เวลานี้),
clear the tables (เก็บโต๊ะ),
เราต้องใช้ the นำหน้านามที่เป็นสำนวนต่อไปนี้ตลอดไป ได้แก่ (2)
tell the truth (บอกความจริง),
the beginning (ตอนต้น),
the middle (ตอนกลาง),
the end (ตอนจบ)

 

Description :  เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (1)
attend class (เข้าเรียน), 

cut class (ขาดเรียน),
bring word (บอกข่าว),

catch fire (ติดไฟ),
declare war (ประกาศสงคราม),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (2)
drop anchor (ทอดสมอ),
weige anchor (ถอนสมอ),
cast anchor (ทอดสมอ),                                              
lose heart (ท้อใจ),
make friends with (ทำความรู้จัก),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (3)
make fun of (ทำให้ตลก),

sent word (ส่งข่าว),                                                     
set foot (ย่างเท้า),
set to work (เริ่มทำงาน),                                              
set sail (ออกเรือ),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (4)
give eat (เอาใจใส่),
have faith in (ศรัทธาใน),
break silence (ทำลายความเงียบ),
head first (เอาหัวไปก่อน),
leave home  (ออกจากบ้าน),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (5)
leave school (ออกจากโรงเรียน),

 

lay siege (ล้อมรอบ),
lose patience (หมดความอดทน),
lose temper (กลั้นอารมณ์ไม่อยู่),
shake hands (จับมือ),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (6)
take advantage of (เอาเปรียบ),
take breath (หายใจ),
take care of (ดูแล),
take notice of (สังเกต),
take offence (โกรธเคือง),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (7)
take part in (มีส่วนร่วม),
take pity on (สงสาร),

take pride in (ภูมิใจ),                                                     
take revenge (แก้แค้น),

in debt (เป็นหนึ้),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (8)      
in bed (นอน),
in jail (ติดคุก),
in hand (อยู่ในมือ, พร้อมแล้ว),
in town (อยู่ในเมือง),

in jest (เป็นการตลก),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (9)
in place of (แทนที่),
in order of size (ตามลำดับของขนาด),

in case of fire (ในกรณีเกิดไฟไหม้),
in face at danger (เมื่อเผชิญอันตราย),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (10)

at school  (ที่โรงเรียน),
at home (ที่บ้าน),                                                                       

at dinner (ขณะทานอาหารเย็น),
at sunrise (ตอนพระอาทิตย์ขึ้น),
at sunset (ตอนพระอาทิตย์ตก),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (11)
at daybreak  (เช้าตรู่),
at noon (ตอนเที่ยง),
at night (เวลากลางคืน),                                                               

at ease (ตามสบาย),
at work (ขณะทำงาน),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (12)
on time (ตรงเวลา),
in time (ทันเวลา),
in sight of (มองเห็น),
for love (เพราะความรัก),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (13)
on foot (โดยเท้า เดิน),
on horseback (โดยการขี่ม้า),
on earth (ในโลก),
on deek (บนดาดฟ้า),
on demand (ตามคำสั่ง),
เราจะไม่ใช้ Article นำหน้าคำนามในสำนวนต่อไปนี้ ได้แก่ (14)
by day (เวลากลางวัน),
by land (ทางบก),
by air (ทางอากาศ),

under cover of (กำบัง)

ย้อนกลับ
กลับสู่เมนู
ถัดไป

        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2017 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม