กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
15
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
11
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 BOL@#$%^&*(
3
อันดับที่ 3 minjo
3
อันดับที่ 4 mankittisak
3
อันดับที่ 5 zola
2
ย้อนกลับ
กลับสู่เมนู
ถัดไป
กรุณา Login ก่อนทำการให้หลอดไฟ
มีผู้ให้หลอดไฟแล้ว 2 หลอด

List:  Tenses       

=================================
Description:    Tenses หมายถึง การเรียนรู้รูปแบบของคำกริยาที่แสดงถึงเหตุการณ์หรือการกระทำว่าเกิดขึ้นเมื่อไร แบ่งเป็น 3 อย่างคือ คือ ปัจจุบันกาล หรือ Present Tense ได้แก่ (1)Present Simple, (2)Present Continuous, (3)Present Perfect, (4)Present Perfect Continuous; อดีตกาล หรือ Past Tense ได้แก่ (5)Past Simple, (6)Past Continuous, (7)Past Perfect, (8)Past Perfect Continuous; และอนาคตกาล หรือ Future Tense ได้แก่ (9)Future Simple, (10) Future Continuous, (11)Future Perfect, (12)Future Perfect Continuous

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Present Simple คือ ประธานพหูพจน์ + V.1 และ ประธานเอกพจน์ + V.1 เติม s,es โดยมีหลักการใช้ 
(1)ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เป็นความจริงตลอดไป เป็นไปตามธรรมชาติไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น Fire is hot. Ice is cold.;
(2)ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นประเพณี สุภาษิต นิสัย ที่ไม่ได้เจาะจงเวลา;
(3)ใช้กับเหตุการณ์ที่กระทำเป็นประจำ เป็นนิสัยจนเคยชินในปัจจุบัน;
(4)ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่เกิดใกล้เคียงกันมาก โดยมักมี whenever หรือ everytime เป็นตัวเชื่อม และจะใช้ Present Simple กับทั้ง 2 เหตุการณ์ ตัวอย่างเช่น He says hello to me whenever he sees me.;
(5)ใช้กับเหตุการณ์ที่มีตาราง หรือแผนการณ์วางไว้แล้ว ตัวอย่างเช่น The art exhibition opens on 3 May and finishes on 15 June.

 

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Present Continuous คือ ประธาน + is, am, are + V.1 เติม ing โดยมีหลักการใช้  
(1)ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังทำอยู่ในขณะที่พูด โดยมักมีคำแสดงเวลาเช่น now, right now , at this moment, at the moment, at present, at the present time, today, still, for the time being, these days หรือช่วงระยะเวลาอันยาวนานของวัน เดือน ปีซึ่งในขณะที่พูดการกระทำอาจไม่ได้ดำเนินอยู่ก็ได้ ตัวอย่างเช่น I am learning Chinese this semester.;
(2)ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ส่วนมากเป็นกริยาแสดงการเคลื่อนที่ และมักมีคำบอกเวลาอนาคตมาร่วมด้วย เช่น I am going to London next week.;
(3)ใช้หลังคำอุทานหรือประโยคคำสั่งธรรมดา คำสั่งห้าม เช่น Be careful ! The car is coming.;
(4)กริยาที่ตามหลัง here และ there ต้องเป็น Present Simple เสมอแม้จะมีคำแสดงเวลา Present Continuous กำกับอยู่ เช่น Here comes Dang at this moment.

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Present Perfect  คือ ประธาน + have, has + V.3 โดยมีหลักการใช้
(1)ใช้กับเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นแล้วในอดีตแต่ยังไม่จบลง ยังคงกระทำต่อมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน มักมีคำว่า since, for, so far, up to now, up to this time, up to the present time เช่น I have known her for ten years.;
(2)ใช้กับเหตุการณ์ที่กระทำซ้ำเป็นหลายครั้งหลายหนในอดีต แต่อาจไม่ต่อเนื่อง มักมีคำว่า many times, several times, over and over, again and again เช่น We have met him many times.;
(3)ใช้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นลงไปใหม่ๆ ไม่นานนัก มักมีคำเหล่านี้เหล่านี้ already, just, yet, finally, eventually, recently, lately กำกับในประโยค เช่น I have already closed the window.;
(4)ใช้กับเหตุการณ์ที่เคย หรือไม่เคยทำในอดีต ซึ่งมิได้บ่งบอกเวลาไว้ มักมีคำว่า ever, never, once, twice เช่น Have you ever been abroad?  I have never done it before.

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Present Perfect  Continuous คือ ประธาน + have, has + been + V.ing โดยมีหลักการใช้ เช่นเดียวกับ Present Perfect เพียงแต่ Present Perfect Cont. เน้นความต่อเนื่องของการกระทำตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต (ในขณะที่ Present Perfect กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตดำเนินมาถึงขณะที่พูดเท่านั้น) และมักจะใช้ในประโยคที่มี since และ for เท่านั้น ตัวอย่างเช่น I have been trying to open this can for the past ten minutes but I still can’t open it. (ฉันพยายามที่จะเปิดกล่องใบนี้เป็นเวลา 10 นาทีที่แล้ว แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเปิดได้ (ซึ่งแสดงความต่อเนื่องว่า ต้องพยามยามเปิดต่อไปถึงอนาคตด้วย)

 

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Past Simple คือ ประธาน + V.2 หรือ V.1 เติม ed โดยมีหลักการใช้
(1)ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ได้เกิดขึ้นในอดีตและจบลงไปก่อนจะพูดประโยคนี้ มักมีคำแสดงเวลาเหล่านี้ เช่น yesterday, last + เวลา, ago, this morning, formerly, in those days, at that time, in + ค.ศ. ในอดีต, in the ancient time, just now, the previous day และการเล่าเรื่องเกี่ยวกับบุคคลในอดีต การเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเรื่อยมาในอดีตตามลำดับ เช่น I opened my bag, took out some money and gave it to my friend.;
(2)ใช้หลังสำนวนต่อไปนี้
would rather + S + V.2 (อยากให้),
It’s time + S. + V.2 (ถึงเวลาแล้ว),
It’s high time + S. + V.2 (ถึงเวลาแล้ว),
It’s about time + S. + V.2 (ถึงเวลาแล้ว)

Description:    Tenses, เปรียบเทียบการใช้ Past Simple, Present Perfect และ Present Perfect Continuous คือ
Past Simple ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสิ้นสุดไปแล้ว เช่น David lived in Thailand two years ago. (หมายความว่า เดวิดอาศัยอยู่ในประเทศไทยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันไม่ได้อาศัยในประเทศไทยแล้ว)
แต่ถ้าเราใช้ Present Perfect จะหมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในอดีต และดำเนิน หรือมีผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

 เช่น

 David has lived in Thailand for two years. (หมายความว่า เดวิดอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปีแล้วในตอนนี้
แต่ถ้าเราใช้ Present Perfect Continuous เช่น David has been living in Thaiald for two years. (ยิ่งจะแสดงความยาวนานต่อเนื่องถึงอนาคต ว่าเดวิสมีแนวโน้มจะอยู่ต่อยาวนานออกไปอีกในอนาคต)

 

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Past Continuous คือ ประธาน + was, were + V.ing มีหลักการใช้  
(1)ใช้กับเหตุการณ์ที่ชี้เฉพาะเจาะจงเวลาในอดีต เช่น at this time yesterday, at 8 o’clock this morning, all last week, all morning, all that time, then (ในขณะนั้น);
(2)ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีต โดยมีเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่ก่อน ยังไม่ทันจบสิ้น ก็เกิดเหตุการณ์ใหม่ขึ้นมาซ้อน โดยเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ก่อนใช้ Past Continuous และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาซ้อนใช้ Past Simple ตัวอย่างเช่น While I was reading, he came in.;
(3)ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ในอดีตที่กำลังดำเนินพร้อมๆ กันในเวลาเดียวกันในอดีต ให้ใช้ Past Continuous กับทั้งสองเหตุการณ์ ตัวอย่างเช่น As we were doing our homework, our mother was cooking in the kitchen.

 

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Past Perfect  คือ ประธาน + had + V.3  มีหลักการใช้  
(1)ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีต โดยมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อนและจบสิ้นไปก่อน เราใช้ Past Perfect  แล้วค่อยเกิดเหตุการณ์ใหม่ตามมาทีหลังให้ใช้ Past Simple ตัวอย่างเช่น Anong had learnt English before she went to England.;
(2)ใช้กับประโยคที่มี by + เวลาในอดีต มีความหมายว่า นับเวลามาจนสิ้น...., นับเวลามาก่อนหน้านี้ เช่น By 1980 Kim had been a policeman for thirty years. (นับเวลาจนสิ้นปี 1980 คิมได้เป็นตำรวจมาแล้วเป็นเวลา 30 ปี);
(3)ใช้ในโครงสร้าง By the time+S.+V.2, S.+had+V.3 ตัวอย่างเช่น By the time the children went to bed, they had already finished their homeworks. (ก่อนที่เด็กจะเข้านอน พวกเขาได้ทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว);
(4)ใช้ Past Perfect คู่กับ Past Simple ในสำนวน had+no sooner (hardly, scarcely)+V.3+than (when)+ S.+ V. 2 ตัวอย่างเช่นThey had no sooner finished their work then they went out. (พอทำงานเสร็จ พวกเขาก็ออกไปข้างนอก)

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Past Perfect Continuous คือ ประธาน + had + been + V.ing โดยมีหลักการใช้เช่นเดียวกับ Past Perfect ทุกประการแต่เน้นถึงความต่อเนื่องของเวลาได้ดีกว่า ตัวอย่างเช่น The telephone had been ringing for five minutes before it was answered. และ Tense นี้จะต้องใช้ควบกับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์เสมอ

Description:   Tenses, โครงสร้างของ Future Simple Tense คือ ประธาน + will, shall + V.1 มีหลักการคือใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มักมีคำแสดงเวลาเช่น soon, shortly, in a short time, in a moment, in a while, in a week’s time, in two days’ time, in the future, in a few + เวลา, tonight, tomorrow, next + เวลาในอนาคต, in + ค.ศ.ในอนาคต และบางครั้ง เราสามารถใช้ Present Continuous หรือ v. to be + going + to + V.1 แทน will, shall + V.1 เพื่อแสดงความตั้งใจที่จะทำในอนาคต หรือการคาดคะเนได้ เช่น I think it is going to rain.(= I think it is raining. เราคาดว่าฝนจะตกแน่นอน อาจเพราะท้องมืดครึม มีเมฆดำ)

                                           

Description:    Tenses, ข้อระวังในการใช้ be + going + to คือ
(1) ห้ามใช้แทน will, shall ในประโยคที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเป็นข้อเท็จจริง เช่น

Today is the 21st; tomorrow will be the 22nd. (วันนี้เป็นวันที่ 21 และพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ 22)

(2)ห้ามใช้ be + going + to ในประโยคเงื่อนไขที่เชื่อมด้วย if

เช่น I shall do this for you if you give me twenty baht. (ฉันจะทำสิ่งนี้ให้คุณ ถ้าคุณให้เงินฉัน 20 บาท)
(3)ห้ามใช้กับกริยาที่แสดงการรับรู้ เช่น know, like, love, understand, remember, forget เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น You will understand what I said shortly. (คุณจะเข้าใจอะไรที่ฉันพูดในไม่ช้า)

Description:    Tenses, เราสามารถใช้ be + going + to แสดงอดีตกาล
เพื่อแสดงว่า การกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเลย (หมายความว่า ตั้งใจจะกระทำในอดีต แต่ความเป็นจริง ไม่ได้ทำ) บางครั้งเราเรียกว่า Future in the past  โดยมีโครงสร้างคือ

was, were + going to + V.1

ตัวอย่างเช่น We were going to play tennis yesterday; but it rained. (หมายความว่า พวกเราตั้งใจจะเล่นเทนนิสเมื่อวานนี้ แต่ฝนตก เลยทำให้ไม่ได้เล่น), I was going to see you last night. (ฉันตั้งใจจะไปพบคุณเมื่อคืนนี้ แต่ความเป็นจริงคือ ไม่ได้ไปพบ) และเรายังสามารถใช้
will, shall + be able to และ will, shall + have to แทน
คำว่า can และ must ในรูป Future ได้ โดยมีความหมายว่า “จะสามารถ” หรือ “จะต้อง” 
ตัวอย่างเช่น You will be able to see him tomorrow. (พรุ่งนี้คุณจึงสามารถไปพบเขาได้)

 

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Future Continuous คือ ประธาน + will, shall + be + V.ing โดย (1)ใช้กับประโยคที่กำหนดจุดเวลาที่แน่นอนในอนาคต เช่น at this time tomorrow, at 7 o’clock next Monday ตัวอย่างเช่น At 10 o’clock tonight, they will be watching TV.; (2)ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต โดยมีเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่ก่อน ยังไม่ทันจบสิ้น ใช้ Future Continuous แล้วก็เกิดอีกเหตุการณ์ขึ้นมาซ้อนให้ใช้ Present Simple กับประโยคนั้น ตัวอย่างเช่น He will be having his breakfast when we arrive at his house tomorrow morning. (หมายความว่า เมือพวกเรามาถึงพรุ่งนี้เช้า คาดว่าเขากำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่)

 

 

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Future Perfect คือ ประธาน + will, shall + have + V.3 โดย
(1)ใช้กับเหตุการณ์ หรือประโยคที่มี by + เวลาในอนาคตมากำกับ เช่น by tomorrow, by dinner time, by the end of the year, by next week, by next summer เป็นต้น;
(2)ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต เพียงคาดว่ามี
เหตุการณ์ซึ่งเกิดก่อนและจบลงไปก่อนให้ใช้ Future Perfect และค่อยมีอีก

  1. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทีหลังให้ใช้Present Simple หรือ Present Perfect  ตัวอย่างเช่น

The play will have started before we reach (have reached) there. (หมายความว่า ละครได้เริ่มไปแล้ว ก่อนที่พวกเราจะมาถึง)

Description:    Tenses, สรุปการใช้สำนวน By the time ในประโยคแสดงอดีต คือ By the time ตามด้วย Past Simple อีกประโยคใช้ Past Perfect ตัวอย่างเช่น By the time the sun set, we had left the office. (ก่อนหน้าที่พระอาทิตย์จะตกดิน เราได้ออกจากที่ทำงานแล้ว) ส่วนประโยคแสดงอนาคต คือ By the time ตามด้วย Present Simple หรือ Present Perfect แล้ว อีกประโยคใช้ Future Pefect ตัวอย่างเช่น By the time my mother finishes cooking, I will have finished my work. (ก่อนที่แม่จะทำอาหารเสร็จ ฉันได้ทำงานเสร็จแล้ว) โดยเราสามารถวาง By the time ไว้ด้านหน้าหรือกลางประโยคก็ได้

 

Description:    Tenses, โครงสร้างของ Future Perfect Continuous คือ ประธาน + will, shall + have + been + Ving เพื่อเน้นการต่อเนื่องของการกระทำว่าได้ดำเนินมาจนกระทั่งปัจจุบันถึงอนาคต ใช้แทน Future Perfect ได้เสมอ ตัวอย่างเช่น By eight o’clock, I shall have been working for three hours. (เมื่อถึงเวลา 8 นาฬิกา ฉันจะได้ทำงานติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 ชั่วโมง ในความหมายว่าไม่ได้หยุดพัก ซึ่งแตกต่างจาก By eight o’clock, I shall have worked for three hours. คือ ประโยคนี้ เราทำงานมีการหยุดพัก แล้วกลับมาทำใหม่ แต่โดยรวมก็คือ 3 ชั่วโมง
ย้อนกลับ
กลับสู่เมนู
ถัดไป

        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2017 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม