กลับไปหน้าหลัก
Hello Adv
หน้ารวม ประถม-มัธยม | นักศึกษามหาวิทยาลัย | หนุ่มสาวออฟฟิศ | ผู้ปกครอง
 
 
5 อันดับลิงค์ยอดนิยม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1
34
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2
15
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3
13
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4
12
หัวข้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 5
10
5 อันดับสมาชิกนิยมสูงสุดในฟอรัม
อันดับที่ 1 kwiin
5
อันดับที่ 2 BOL@#$%^&*(
3
อันดับที่ 3 minjo
3
อันดับที่ 4 mankittisak
3
อันดับที่ 5 zola
2
ย้อนกลับ
กลับสู่เมนู
ถัดไป
กรุณา Login ก่อนทำการให้หลอดไฟ
ยังไม่มีผู้ให้หลอดไฟ

List:  Verbs: Non-Finite      

=================================
Description:    Non–finite verb คือ กริยาที่มิได้นำมาใช้เป็นกริยาจริง แต่ไปทำหน้าที่เป็นอย่างอื่น เช่น เป็นคำนาม เป็นคำคุณศัพท์ หรือเป็นคำวิเศษณ์ โดยไม่มีการเปลี่ยนรูปตามประธาน, Tense หรือ Voice สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ (1)Infinitive คือ กริยาช่อง 1 ที่มี to นำหน้าเช่น to walk, to give, to sleep  เราเรียกว่า to-infinitive หรือ infinitive with to แต่ถ้า infinitive ที่ไม่มี to นำหน้า เราเรียกว่า bare-infinitive หรือ infinitive without to  (2)Gerund คือ กริยาช่อง 1 เติม ing แล้วนำมาใช้เสมือนนาม เช่น going, writing, working และ (3)Participle คือ กริยาเติม ing (เรียกว่า Present Participle) หรือ กริยาช่อง 3 (เรียกว่า Past Participle) ที่ทำหน้าที่เหมือน adjective หรือ adverb 

Description:    Non–finite verb, ให้ใช้ to + v.1 หลังกริยาวลี ต่อไปนี้ had better, had rather, had sooner, would rather, would sooner (ควรจะ....ดีกว่า), need hardly (ไม่น่าจะ...), และ cannot but เช่น I cannot but agree to your plan. (ฉันเห็นด้วยกับแผนของคุณ);  You would sooner take a taxi than walk. (คุณควรจะไปแท็กซี่ ดีกว่าเดิน)

Description:    Non–finite verb, บางครั้งเราสามารถใช้ to ลอยๆ โดยละกริยาได้ เมื่อมีการกล่าวถึงกริยาตัวนั้นก่อนหน้านี้ เช่น He will come if he wants to. (= He will come if he wants to come. เขาจะมาถ้าเขาต้องการจะมา); He would like to do but he’s afraid he won’t be able to. (=won’t be able to do เขาอยากจะทำ แต่เขากลัวว่าเขาไม่สามารถทำได้)

Description:    Non–finite verb, เราจะใช้ Infinitive with to หลัง adjective ในโครงสร้าง คือ Subject (It) + v.to be/linking verb + adjective + (for + กรรม) + to V.1 ตัวอย่างเช่น It is kind of you to invite me.  (มันเป็นความกรุณาของคุณที่เชิญฉัน); I am glad to meet you. (ฉันดีใจที่ได้พบคุณ), It’s dangerous to play with explosives. (มันอันตรายที่จะเล่นกับวัตถุระเบิด มีความหมายเหมือน To play with explosives is dangereous แต่รูปแบบนี้ไม่ค่อยนิยมใช้ )

Description:    Non–finite verb, เราจะใช้ Infinitive with to กับ adjective หรือ adverb ที่มี enough หรือ too มาร่วมด้วย ในโครงสร้างคือ Subject + verb + too + adjective,adverb + (for + กรรม) + to V.1 เช่น This room is too hot for me to work in. (ห้องนี้ร้อนเกินไปสำหรับฉันที่จะทำงานได้) และ Subject + verb + adjective,adverb + enough + (for + กรรม) + to V.1 เช่น This room is cool enough for me to work in. (ห้องนี้เย็นเพียงพอสำหรับฉันที่จะทำงานได้)

Description:    Non–finite verb, เราจะใช้ to + V.1 หลัง question words เช่น what , when , how , which , where ที่ทำหน้าที่เป็นนามวลี หรือ Noun Cluase ของประโยค เช่น I don’t know what to do. (ฉันไม่รู้ว่า ฉันจะทำอะไร what to do คือนามวลี ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค), He asks me where to stay. (เขาถามฉันว่า เขาควรพักที่ไหน = He asks me where he should stay) แต่เราจะใช้ Infinitive without to หรือV.1 ลอยๆ หลัง why ในประโยคคำถามเชิงแนะนำ เช่น Why wait until tomorrow? (ทำไมไม่คอยถึงพรุ่งนี้หล่ะ), Why walk when we can go in the car? (ทำไมถึงเดิน เมือพวกเราสามารถไปโดยรถยนต์)

Description:    Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v.ing)สำหรับข้อความที่เป็นการห้าม กฎระเบียบ ข้อบังคับที่ห้ามกระทำ เช่น No parking  (=Parking is prohibited. ห้ามจอดรถ), No smoking (=Smoking is prohibited. ห้ามสูบบุหรี่), No spitting (=Spitting is prohibited. ห้ามบ้วนน้ำลาย)

Description:    Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v.ing) เป็นกรรมหลังกริยา (1)
appreciate (มีค่า, ยกย่อง, ซาบซึ้ง),
admit (ยอมรับ),
avoid (หลีกเลี่ยง),
adore (ชอบอย่างยิ่ง),
consider (พิจารณา),
Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v.ing) เป็นกรรมหลังกริยา (2)
continue (ดำเนินต่อไป),
deny (ปฏิเสธ),
detest (เกลียด),
delay (ชักช้า),
defer (สลับ,ผลัด),
Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v.ing) เป็นกรรมหลังกริยา (3)
dislike (ไม่ชอบ),
enjoy (ชื่นชอบ, สนุก),
escape (หนี),
excuse  (ขอออภัย),
endure (อดทนต่อ),
Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v.ing) เป็นกรรมหลังกริยา (4)
finish (เสร็จ, จบ),
forgive (ยกโทษ),
feel like (ปรารถนา),             
fancy (นึกถึง, คิด),
imagine                (จินตนาการ, นึก, คิด),
Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v.ing) เป็นกรรมหลังกริยา (5)
keep (ดำเนินต่อไป, เก็บ),
mind (รังเกียจ),
miss (พลาด),
practice                (ฝึกฝน),
postpone (เลื่อนไป),
Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v.ing)เป็นกรรมหลังกริยา (6)
prefer  (ชอบมากกว่า),
prevent (ป้องกัน),
pardon (ขอโทษ),
quit (เลิก),
risk (เสี่ยง),
Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v.ing)เป็นกรรมหลังกริยา (7)
resent (ไม่พอใจ),
resist (ต่อต้าน),
recall (จำได้),
suggest                (แนะนำ),
tolerate (อดทน),  
understand (เข้าใจ)
Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v.ing)เป็นกรรมหลังกริยา ตัวอย่างเช่น
เช่น He finished writing his report last night. (เขาเสร็จการเขียนรายงานของเขาเมื่อคืนนี้ หลัง finish ตามด้วย writing), He couldn’t avoid meeting you. (เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะพบคุณได้ หลัง avoid ตามด้วย meeting), We should practice speaking English every day(พวกเราควรจะฝึกพูดภาษาอังกฤษทุกๆวัน หลัง practice ตามด้วย speaking).

Description:    Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v,ing) หลังกลุ่มคำ ต่อไปนี้เสมอ (1)
can’t bear (ทนไม่ได้)
can’t stand (ทนไม่ได้)
can’t resist (ต้านทานไม่ได้)
can’t help (อดไม่ได้)
be accustomed to (คุ้นเคย)
Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v,ing) หลังกลุ่มคำ ต่อไปนี้เสมอ (2)
be used to (คุ้นเคย, เคยชิน)
get used to (คุ้นเคย, เคยชิน)
be opposed to (คัดค้าน)
object to (คัดค้าน)
be busy                (ยุ่งอยู่กับ)
be worth (มีค่าควรแก่)
Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v,ing) หลังกลุ่มคำ ต่อไปนี้เสมอ (3)
It’s worth (เป็นการสมควรที่จะ)
It’s no good (ไม่ดีที่จะ)
It’s no use (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)
look forward to (ตั้งตาคอย)
besides (นอกจาก)
be against (ไม่เห็นชอบด้วย)

Non–finite verb, เราจะใช้ Gerund (v,ing) หลังกลุ่มคำ ต่อไปนี้เสมอ ตัวอย่างเช่น
เช่น He can’t stand waiting for you. (เขาไม่สามารถทนรอคุณได้ เราใช้ waiting หลัง can’t stand); Susan is used to getting up early. (ซูซานเคยชินกับการตื่นแต่เช้า เราใช้ getting หลัง be used to) และต้องระวัง ถ้า used to ไม่มี v.to be หรือ v.to get นำหน้า แปลว่า เคย ต้องตามด้วย v.1 เท่านั้น 

Description:   Non–finite verb, กริยาพิเศษ advise, allow, permit ต้องตามด้วย to + v.1 เมื่อมีกรรมหลังกริยากลุ่มนี้ เช่น The teacher allows us to go home now. (ครูอนุญาตให้เรากลับบ้านเดี๋ยวนี้) แต่ถ้าไม่มีกรรมหลังกริยากลุ่มนี้ จะต้องตามด้วย v ing เช่น The teacher doesn’t allow talking in class. (ครูไม่อนุญาตให้คุยในห้องเรียน)

Description:    Non–finite verb, เราใช้ go + gerund (v.ing) มีความหมายว่า ไปเล่นให้มีความสนุกเพลิดเพลิน เช่น go shopping, go climbing, go skating, go riding, go sailing, go fishing, go swimming เป็นต้น และเราจะใช้ come + gerund (v.ing) มีความหมายเป็นการชักชวน เช่น Come dancing with us, please. (มาเต้นรำกับพวกเราซิ)

Description:    Non–finite verb, เราสามารถใช้ คำแสดงความเป็นเจ้าของหน้า Gerund (v.ing) ได้ เช่น He was chosen because of his being a fully qualified engineer. (เขาได้รับเลือก เพราะคุณสมบัติการเป็นวิศวกรที่ครบถ้วนของเขา); We appreciate on your coming. (พวกเราชื่นชมต่อการมาของคุณ) โดยเฉพาะกริยา delay, deny, postpone มักจะตามหลังด้วย Possessive + V.ing เช่น You should not delay your sending.; He doesn’t deny his breaking of agreement.; I had to postpone my writing to him.

Description:    Non–finite verb, เราสามารถใช้ Gerund (v.ing) ประกอบหน้าคำนาม กลายเป็นคำนามประสม โดยมี hyphen (-)คั่นเสมอ เช่น a walking-stick(ไม้เท้า), a living-room(ห้องนั่งเล่น), a dancing-teacher(ครูสอนเต้นรำ) เป็นต้น

Description:    Non–finite verb, เราจะใช้ Present Participle (v.ing) หน้าคำนาม ทำหน้าที่เหมือน adjective เพื่อแสดงว่านามนั้นกำลังกระทำอยู่ เช่น a crying boy (เด็กที่กำลังร้องไห้), the barking dog (สุนัขที่กำลังเห่า) แต่เราจะใช้ Past Participle (V.3) หน้าคำนาม ทำหน้าที่เหมือน adjective เพื่อแสดงว่านามนั้นถูกกระทำ เช่น the used car (รถที่ถูกใช้แล้ว), the stolen ring (แหวนที่ถูกขโมย) เป็นต้น

Description:    Non–finite verb, เราสามารถใช้ Past Participle (V.3) หลัง adverb มักมี hyphen (-)คั่น ให้เป็นคำคุณศัพท์ประสม (Compound Adjective) แล้วนำไปขยายหน้านามตัวอื่นได้ เช่น a well-behaved boy (เด็กที่มีความประพฤติดี), a well-dressed man (ผู้ชายที่แต่งตัวดี) เป็นต้น  และบางครั้ง Past Participle อาจมีรูปมาจากคำนาม เติมed ใช้เป็นคุณศัพท์ประสมเหมือนกัน เช่น a blue-eyed baby (เด็กทารกที่มีนัยน์ตาสีฟ้า), a good-tempered boss (เจ้ายานที่มีอารมณ์ดี)
ย้อนกลับ
กลับสู่เมนู
ถัดไป

        
 
 
ดูทั้งหมด
 
 
Copyright © 2017 Toki Net All rights reserved.
เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม เป็นเว็บไซต์ E-Learning ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรก และแห่งเดียว ในประเทศไทย ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน กวดวิชา สถาบันกวดวิชาออนไลน์ เฉลยข้อสอบเอเน็ทเฉลยข้อสอบโอเน็ท รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษาอีกด้วย ที่จะช่วยให้เด็กไทย ได้รับความรู้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเหนื่อยต่อการเดิน ทางไกล สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ทดลอง "เรียนฟรี" ได้แล้ววันนี้ กับ เว็บไซด์เพื่อการศึกษา การศึกษาดอทคอม